วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'อนุทิน' หารือ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ลุยลงทุน ASEAN Power Grid เสริมมั่นคงพลังงาน หนุนลงทุนไทย

วันนี้ (13 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ เดินหน้าสานต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและพลังงาน พร้อมผลักดันโครงการ โครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค (ASEAN Power Grid) หวังสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ดึงดูดนักลงทุน และยกระดับอาเซียนสู่การเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity)

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.45 น. ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อหารือแนวทางการขยายความร่วมมือทวิภาคี โดยเน้นหนักในประเด็น เศรษฐกิจ พลังงาน และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

  • เตรียมความพร้อมจัดประชุมผู้นำไทย-สิงคโปร์ (Leaders’ Retreat)

ในการหารือครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณนายวิเวียนที่เดินทางมาเยือนไทย พร้อมแสดงความซาบซึ้งที่ได้ร่วมถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแผนการจัด การประชุมผู้นำไทย–สิงคโปร์ (Leaders’ Retreat) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายปีนี้ โดยประเด็นการหารือแบ่งเป็นด้านต่างๆได้แก่ 

1.โอกาสทางเศรษฐกิจ: ไทยคาดหวังให้คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของสิงคโปร์เดินทางมาร่วมด้วย เพื่อขยายโอกาสด้าน การค้าและการลงทุน

2.กลไกความร่วมมือ: ทั้งสองประเทศเห็นพ้องให้ใช้การประชุม Civil Service Exchange Programme (CSEP) เป็นกลไกหลักในการเตรียมความพร้อม

  • ชู "ASEAN Power Grid" เสริมความมั่นคงทางพลังงานภูมิภาค

ประเด็นไฮไลต์ของการหารือคือความร่วมมือด้านพลังงาน โดยไทยและสิงคโปร์เห็นพ้องที่จะยกระดับโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญ ได้แก่:

1.สร้างความมั่นคงทางพลังงาน: ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภายนอกภูมิภาค

2.รับมือความผันผวน: เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการพลังงานร่วมกัน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะวิกฤตในตะวันออกกลาง

3.มุ่งสู่การเชื่อมโยงอาเซียนไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity)

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ถือเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ Seamless Connectivity (การเชื่อมโยงอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ) ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว ได้แก่

  1. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของภูมิภาคอาเซียนในเวทีโลก
  2. ดึงดูดการลงทุนโดยตรง (FDI) จากนักลงทุนต่างชาติ
  3. สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้ผลักดันแนวคิด Seamless Connectivity อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้มีการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงอาเซียนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งภูมิภาคต่อไป