วันนี้ (13 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ เดินหน้าสานต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและพลังงาน พร้อมผลักดันโครงการ โครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค (ASEAN Power Grid) หวังสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ดึงดูดนักลงทุน และยกระดับอาเซียนสู่การเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity)
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.45 น. ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อหารือแนวทางการขยายความร่วมมือทวิภาคี โดยเน้นหนักในประเด็น เศรษฐกิจ พลังงาน และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค
- เตรียมความพร้อมจัดประชุมผู้นำไทย-สิงคโปร์ (Leaders’ Retreat)
ในการหารือครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณนายวิเวียนที่เดินทางมาเยือนไทย พร้อมแสดงความซาบซึ้งที่ได้ร่วมถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแผนการจัด การประชุมผู้นำไทย–สิงคโปร์ (Leaders’ Retreat) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายปีนี้ โดยประเด็นการหารือแบ่งเป็นด้านต่างๆได้แก่
1.โอกาสทางเศรษฐกิจ: ไทยคาดหวังให้คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของสิงคโปร์เดินทางมาร่วมด้วย เพื่อขยายโอกาสด้าน การค้าและการลงทุน
2.กลไกความร่วมมือ: ทั้งสองประเทศเห็นพ้องให้ใช้การประชุม Civil Service Exchange Programme (CSEP) เป็นกลไกหลักในการเตรียมความพร้อม
- ชู "ASEAN Power Grid" เสริมความมั่นคงทางพลังงานภูมิภาค
ประเด็นไฮไลต์ของการหารือคือความร่วมมือด้านพลังงาน โดยไทยและสิงคโปร์เห็นพ้องที่จะยกระดับโครงการ ASEAN Power Grid ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญ ได้แก่:
1.สร้างความมั่นคงทางพลังงาน: ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภายนอกภูมิภาค
2.รับมือความผันผวน: เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการพลังงานร่วมกัน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะวิกฤตในตะวันออกกลาง
3.มุ่งสู่การเชื่อมโยงอาเซียนไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity)
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ถือเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ Seamless Connectivity (การเชื่อมโยงอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ) ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว ได้แก่
- เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของภูมิภาคอาเซียนในเวทีโลก
- ดึงดูดการลงทุนโดยตรง (FDI) จากนักลงทุนต่างชาติ
- สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้ผลักดันแนวคิด Seamless Connectivity อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้มีการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงอาเซียนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งภูมิภาคต่อไป


