ช่วงวันที่ 1 ม.ค. - 21 มิ.ย.2569 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน 188,447 คน มีการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 100,000 บาทต่อคนต่อทริป พำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 10-12 คืน นิยมเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตหรู รวมถึงมักเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (re-visit) สูงถึง 65% จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนศักยภาพนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกกลางและโลกมุสลิมได้อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อเร็วๆนี้ในการประชุมหารือแนวทางสานต่อความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยปัจจุบันสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ มูลค่าเศรษฐกิจอุตสาหกรรมกีฬาไทยในปี 2568 (ประมาณการ) อยู่ที่ 218,000 ล้านบาท
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ กิจกรรมในส่วนการท่องเที่ยวและกีฬาจึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยค้ำจุนเศรษฐกิจไทย
จากความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสถาบันศาสนา เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฮาลาลผ่านนวัตกรรม การยกระดับมาตรฐาน และความร่วมมือแบบพหุภาคี โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม
“เราก็อยากจะคุยกับสำนักงานคณะกรรมการการกลางแห่งประเทศไทย เพราะมีบทบาทสำคัญเรื่องการกำหนด ควบคุมมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฮาลาล จนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก แต่ทุกวันนี้ตลาดฮาลาลไม่ใช่แค่อาหาร แต่รวมไปถึงสินค้าและบริการต่างๆรวมถึงการท่องเที่ยวด้วย”
หากสามารถที่จะต่อยอดมาตรฐานฮาลาลที่ประเทศไทยมีอยู่ ก็จะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวโดยตรง หรือ กิจกรรมประชุมสัมมนา ต่างๆ และ เมดิคอล เวลเนส จึงนำไปสู่แนวทางการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวฮาลาล ซึ่งจะเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวไทยในภาพใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการเอง สามารถเพิ่มช่องทางทางธุรกิจ ทั้งกลุ่ม โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ เช่น สปา
เบื้องต้น จะเสนอสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Thailand Muslim-Friendly Tourism & Sports 2027ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือ แม้แต่กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงภาคเอกชนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งระบบให้สอดคล้องกัน
วรธีรา สุวรรณศร รองอธิบดี กรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางการทำงานไว้ 3ส่วนคือ 1. มาตรฐานซึ่งสามารถที่จะยกระดับความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวมุสลิม ส่วนที่ 2 จะเป็นเรื่องของการพัฒนาสินค้าบริการท่องเที่ยวที่ช่วยรองรับตลาดมุสลิม จากการศึกษาพบว่า แม้ในทางปฎิบัติกิจกรรมท่องเที่ยวหลักๆ แทบไม่จำเป็นต้องเพิ่มหรือปรับรูปแบบมากนัก แต่ผู้ประกอบการก็เรียกร้องให้มีหลักสูตร หรือ คู่มือเพื่อการรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมด้วย และ ส่วนที่ 3 เป็นการเอาเรื่องของเอไอมาใช้ซึ่งปีนี้ กำหนดจะเปิดตัวแพลตฟอร์มที่จะนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม เช่น ร้านอาหาร ที่พัก และเส้นทางการท่องเที่ยว ซึ่งได้ศึกษาไว้แล้วโดยยึดเส้นทางที่มี มัสยิดเป็นศูนย์กลางก่อน ซึ่งในอนาคตสามารถขยายบริการและเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้
“เรื่องการสร้างความรับรู้ซึ่งอันนี้เป็นเป้าประสงค์ของเราเพื่อให้ไทย เป็น หนึ่งใน 5 ของจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมุสลิม แต่ปี 2026จากผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ด ไทยอยู่อันดับที่ 4 จาก 5 ประเทศ ซึ่งลดลงจากเดิมที่เคยอยู่อันดับที่ 2 ”
ณงค์เดช สุขจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวมุสลิมที่เดินทางมาประเทศไทย มีสิ่งที่จะต้องเตรียมรองรับไว้ 2 อย่างสำคัญๆ คือ 1. อาหารที่ถูกต้องตามหลักศาสนา หรือ ฮาลาล และ 2 สถานที่ละหมาดจะเป็นสถานที่ที่สะอาด สะดวก และถูกต้องตามหลักการ
“ ผมเคยไปดูตาม รีสอร์ต และโรงแรมต่าง ๆพบว่า หากจะเข้า เกณฑ์สถานที่ที่เป็นมิตรกับมุสลิม สามารถเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกอีกไม่มากนัก ตามมาตรฐานที่ถูกต้อง แต่โอกาสทางธุรกิจที่จะได้กลับมา พบว่า น่าจะเพิ่มขึ้นได้อีกมาก จากประสบการณ์ ร้านอาหาร หรือ รีสอร์ตบางแห่ง ธุรกิจฟื้นตัวได้หลังปรับตัวรองรับตลาดที่เป็นมิตรต่อมุสลิม”
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เป็นกังวลเกี่ยวกับ บางหน่วยงาน หรือ บุคคลที่พยายามนำเสนอ หรือ ออกใบรับรองMuslim-Friendly เองโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเสี่ยงต่อการรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือต่อผู้ใช้บริการในระยะยาวด้วย
สำหรับงาน Grand Halal Bangkok 2026 ว่า ปีนี้ การจัดงานจะนำเสนอ ศักยภาพประเทศไทย ที่สามารถรองรับเศรษฐกิจฮาลาลได้ ซึ่งในงานจะมีผู้ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ออกบูธแสดงสินค้า ไปจนถึงการสัมมนาให้ความรู้ ย้ำแบรนด์ประเทศไทยว่าเป็นจุดหมายปลายทางของเศรษฐกิจฮาลาลที่แท้จริง
งาน Grand Halal Bangkok 2026 ซึ่งจัดโดยWorldex G.E.C. Co., Ltd. ร่วมกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) จะมีขึ้นระหว่างวันที่15–17 ก.ค. 2569 ณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) Hall 98 ภายใต้แนวคิด“Gateway to the Global Halal Economy”


