วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ศุภจี’ ชี้ไทยไม่เข้าภาวะ ‘ค่าครองชีพสูงถาวร’ เร่งแก้โครงสร้างราคา-เน้นดูแลสินค้าควบคุม

ประเด็นค่า “ครองชีพสูงถาวร” ที่ปรากฏออกมาสู่การรับรู้ของสาธารณะชนในการแถลงข่าวเรื่อง ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อ เดือนมิ.ย.2569 ที่สูงขึ้น 2.42% มาจากหมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหาร และเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 3.31% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้า และบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามาได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปทรงตัวระดับสูงกว่าปี 2568 เป็นผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น ราคาอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้นเป็นวงกว้างอัตราค่อนข้างสูงทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นชัดเจน

ทั้งนี้ เงินเฟ้อปี 2569 ผ่านจุดสูงสุดหรือไม่ต้องติดตามราคาน้ำมันเพราะผันผวนสูง ซึ่งเดิมคาดราคาน้ำจะพุ่งสูง แต่ไม่กี่วันราคาก็ลดลง ดังนั้นต้องจับตาความเคลื่อนไหวราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อเงินเฟ้อไทยมาก แต่เงินเฟ้อช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ไม่น่าติดลบ และจะอยู่ภาวะทรงตัว

สำหรับ แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาส 3 ปี 2569 คาดเป็นบวกต่อเนื่องที่ 2.79% โดยปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศทรงตัวสูงกว่าปี 2568 เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยสูงขึ้นเป็นวงกว้าง และปรับราคาต่อจานอัตราค่อนข้างสูง แม้ต้นทุนการผลิตบางประเภทเริ่มส่งสัญญาณลดลงจึงสะท้อนภาวะค่าครองชีพจะสูงขึ้นถาวร 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงประเด็นค่าครองชีพสูงถาวร ว่าสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงอยู่ในขณะนี้จะไม่อยู่กับประเทศไทยจนเป็นภาวะถาวร แต่น่าจะเป็นภาวะที่มีความผันผวนของระดับราคามากกว่า

ทั้งนี้ สาเหตุหลักของความผันผวนมาจากราคาน้ำมัน ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนเงินเฟ้อเคยสูงขึ้นกว่านี้ แต่พอเดือนพฤษภาคมก็เริ่มปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันที่ย่อตัวลงในช่วงที่มีการเจรจาความขัดแย้งในต่างประเทศและสถานการณ์ดีขึ้น

“สถานการณ์ค่าครองชีพไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตแบบถาวร แต่เป็นไปตามกลไกตลาดโลกที่ผันผวน ซึ่งภาครัฐกำลังพยายามเข้าไปจัดการที่โครงสร้างราคาเพื่อลดภาระของประชาชน ดังนั้นคำว่าค่าครองชีพสูงถาวรเป็นคำที่สังคมหรือสื่ออาจใช้เรียก แต่ที่จริงแล้วเป็นความผันผวนมากกว่า เพราะราคาสินค้าและค่าครองชีพมีทั้งช่วงที่ปรับตัวขึ้นและลงตามสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องปัจจัยระดับโลก ที่เป็นปัญหาที่ทั่วโลกเผชิญอยู่ในขณะนี้” นางศุภจี กล่าว  

นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ในการควบคุมให้มีการปิดป้ายแสดงราคาและขายให้ตรงตามป้าย และดูแลในส่วนของสินค้าควบคุม ขณะที่สินค้าอย่างราคาน้ำมันนั้นเป็นเรื่องที่ต้องแก้ที่โครงสร้างราคา

ซึ่งได้มีการเสนอให้นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาโครงสร้างราคาพลังงานและค่าการกลั่น โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก. ปี 2516 เพื่อให้ได้โครงสร้างราคาที่เป็นธรรมต่อประชาชน ซึ่งผลจากการศึกษาและกดดันผ่านกลไกนี้ทำให้มีการปรับลดค่าการกลั่นลงได้บางส่วนในเวลาต่อมา

โดยในส่วนของการดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งดำเนินมาตรการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยลดภาระประชาชนในช่วงที่ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และการค้าโลกยังผันผวน

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส มาตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. เพื่อนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดลงไปถึงประชาชนในพื้นที่จริง โดยลดราคาสินค้าจำเป็น 20–50% ครอบคลุมสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งอาหาร เครื่องปรุง ของใช้ในครัวเรือน และสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน

มาตรการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้างหรือพื้นที่เมืองใหญ่ แต่ใช้เครือข่าย รถพุ่มพวง กว่า 3,700 คัน และการจัดจำหน่ายสินค้าระดับอำเภอทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพ

นางศุภจี กล่าวว่า การดูแลราคาสินค้าต้องทำทั้งการติดตามต้นทุน การประสานผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง เพราะหากสินค้าราคาถูกกระจุกอยู่เฉพาะบางพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากก็ยังไม่ได้รับประโยชน์ กระทรวงพาณิชย์จึงให้พาณิชย์จังหวัดช่วยติดตามสถานการณ์และประสานจุดจำหน่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังต้องดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หากพบพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค จะใช้กลไกตามกฎหมายเข้าตรวจสอบ เพื่อให้ราคาสินค้าสะท้อนต้นทุนจริงและเป็นธรรมกับประชาชน

นอกจากนี้อีกเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญคือค่า GP ของแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะเมื่อต้นทุนผู้ขายสูงขึ้น สุดท้ายอาจส่งต่อถึงราคาสินค้าและผู้บริโภค จึงมอบให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมเทียบต่างประเทศ พร้อมให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีหารือสมาคมแพลตฟอร์ม เพื่อขอความร่วมมือลดภาระผู้ค้า

ในระหว่างรอกฎหมายใหม่ กระทรวงพาณิชย์จะใช้กลไกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ตรวจสอบพฤติกรรมผูกขาดและการเอาเปรียบทางการค้า พร้อมเสนอแนวคิด Open Commerce Network หรือ OCN เป็นโครงสร้างกลางด้านชำระเงินและโลจิสติกส์ เพื่อสร้างกติกาที่เป็นธรรมให้คนตัวเล็กแข่งขันได้

“เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนซื้อของจำเป็นในราคาที่เหมาะสม ลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน และไม่ปล่อยให้ต้นทุนแฝงจากระบบการค้าใหม่ถูกผลักกลับมาถึงผู้บริโภค ซึ่งเป็นการดูแลปากท้องทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง” นางศุภจี กล่าว