ตัวเลขการจัดสรรงบประมาณ ในส่วนบุคลากรภาครัฐ ในปี 2570 รวมกว่า 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37.9% ของงบประมาณทั้งหมด ค่ารักษาพยาบาล 9.4 หมื่นล้าน ส่วนกำลังคนภาครัฐยังพึ่งพาข้าราชการเป็นหลัก
โดยมีข้าราชการประจำ 1.73 ล้านคน 56.1% จำนวนข้าราชการยังคงที่ แต่เพิ่ม พนักงานจ้าง บุคลากรประเภทอื่น และ ข้าราชการ กว่า 3.2 หมื่นคน “ปกรณ์” สั่ง บอร์ด ก.พ. เร่งทำมาตรการ ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ตามนโยบายรัฐบาล ให้มีผลในปีงบประมาณ 2570 พร้อมศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนสวัสดิการรักษาพยาบาลในปัจจุบัน เล็งเพิ่มเงินเดือนข้าราชการในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นหลังค่าครองชีพพุ่ง
การปรับปรุงขนาดกำลังคนภาครัฐรวมทั้งสวัสดิการการรักษาพยาบาลมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากงบประมาณของภาครัฐมีข้อจำกัด การจัดทำงบประมาณที่มีรายจ่ายภาครัฐสูง เริ่มกระทบกับการจัดทำงบประมาณในสัดส่วนงบลงทุน
โดยใน พ.ร.บ.รายจ่ายปีงบประมาณรายจ่ายปี 2570 พบว่ายังมีการเพิ่มงบรายจ่ายประจำในพ.ร.บ.งบประมาณฯ 131,725 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน ส่วนรายจ่ายงบลงทุนลดลงกว่า 8.4% หรือลดลงกว่า 7.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงต่อศักยภาพการลงทุนภาครัฐลดลงในอนาคต
ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งวางแผนแก้ไขในส่วนนี้เพื่อป้องกันปัญหาทางการคลังของประเทศในอนาคต โดยล่าสุดรัฐบาลมอบนโยบายให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปเร่งรัดในส่วนการออกมาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด รวมทั้งศึกษาการใช้ระบบประกันสุขภาพแทนระบบสวัสดิการ
รายจ่ายบุคลากรรัฐ 1.4 ล้านล้าน 38% ของงบฯรวม
ข้อมูลจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาททำให้เห็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐ รวมจำนวน 1,435,555 ล้านบาท คิดเป็น 37.9% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด
ทั้งนี้ ยังไม่รวมที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เป็นหน่วยรับงบประมาณโดยตรง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล
โดยในส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเฉพาะที่กำหนดไว้ในแผนงาน บุคลากรภาครัฐ ตามมาตรา 38 ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2570 จำนวน 852,671.2 ล้านบาท คิดเป็น 22.5% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ค่ารักษาพยาบาลบุคลากรรัฐ 9.4 หมื่นล้าน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณารายจ่ายบุคลากรเฉพาะในแผนงานบุคลากรภาครัฐยังไม่สะท้อนภาระรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ ทั้งหมด เนื่องจากยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรภาครัฐ ตั้งอยู่ในรายจ่ายงบกลาง ตามมาตรา 6 จำนวน 572,620 ล้านบาท ได้แก่
1.ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ จำนวน 94,200 ล้านบาท
2.เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ จำนวน 4,670 ล้านบาท
3.เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ จำนวน 389,090 ล้านบาท
4.เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ จำนวน 13,000 ล้านบาท
6.เงินสมทบของลูกจ้างประจำ จำนวน 260 ล้านบาท
7.เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ จำนวน 71,400 ล้านบาท
และ 8.ค่าใช้จ่ายบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดสรรงบประมาณผ่าน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 10,263.8 ล้านบาท
จำนวนข้าราชการทรงตัว 1.7 ล้านคน
ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงกำลังภาครัฐปัจจุบันมีลักษณะของการปรับองค์ประกอบของกำลังคนมากกว่าการขยายตัวของบุคลากร โดยกำลังลังคนภาครัฐยังพึ่งพาข้าราชการเป็นหลัก มีสัดส่วน 56.1% หรือราว 1.73 ล้านคน ควบคู่ กับการจ้างงานรูปแบบอื่น สัดส่วน 43.9%
ในส่วนการลดลงของกำลังคนในปีปัจจุบันพบว่าเป็นการปรับ องค์ประกอบ ไม่ใช่การลดขนาดองค์กรอย่างเป็นระบบ โดยกลุ่มที่ลดลง คือ ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำ และ พนักงานราชการ ที่ลดลงรวมกว่า 6.6 หมื่นคน และกลุ่มที่เพิ่มขึ้น คือ พนักงานจ้าง บุคลากรประเภทอื่น และ ข้าราชการเพิ่มขึ้นรวมกว่า 3.2 หมื่นคน
สั่ง ก.พ.เร่งทำโครงการเกษียณก่อนกำหนด
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.พ. ได้มอบหมายนโยบายให้ ก.พ.และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.) ไปเร่งดำเนินการในส่วนของมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ “Early Retirement” สำหรับข้าราชการได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ส่วนในเรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้ สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน
“งบประมาณรายจ่ายประจำมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จ บำนาญ รวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจำนวนลงให้ได้มากที่สุด”นายปกรณ์ กล่าว
เล็งเพิ่มเงินเดือนข้าราชการต่างประเทศ
นอกจากนี้ ประธาน ก.พ. ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบพนักงานราชการเพื่อให้การโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนตำแหน่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
รวมถึงการทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ประจำอยู่ในต่างประเทศให้มีความสอดล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอัตราค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมาก


