ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.69 อยู่ที่ 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน รับแรงหนุนสงครามอิหร่าน-สหรัฐ คลี่คลาย มาตรการรัฐ–น้ำมันลด แต่ผู้ประกอบการยังซึม เหตุกำลังซื้อยังไม่ทั่วถึง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย.ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.อยู่ 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลายอย่างชัดเจนหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงและลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) หยุดยิงชั่วคราว และราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง
ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นเดือนแรก ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประชนซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน
อย่างไรก็ตามผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.จนถึงเดือนก.ย. 2569 และหากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงอย่างถาวรและราคาน้ำมันลดลงกลับมาเป็นปกติ
คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังคงปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เนื่องจากภาคธุรกิจยังไม่เห็นยอดขายฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมองว่าเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนและผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศยังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวยังเดินทางกลับมาไม่เต็มที่


