วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2569

Login
Login

WHA ชง 4 กระทรวงเข้มกฎหมาย สกัดกว้านซื้อที่ดินตั้งโรงงาน

ปัญหาการกว้านซื้อที่ดินรองรับการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มสร้างความกังวลให้กับผู้เกี่ยวข้องกับการลงทุน โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ต้องการซื้อเพื่อรองรับการลงทุน โดยบริษัท คุชแมน แอนด์ เวลคฟีลด์ (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินที่ดินนิคมอุตสาหกรรมเข้าสู่ภาวะตึงตัวในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศเพิ่มเพียง 8% แต่ความต้องการใช้ที่ดินเพิ่มถึง 18% ทำให้ราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มมาอยู่ที่ 8.4 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และมีแนวโน้มสูงขึ้น

ประเด็นสำคัญของราคาที่ดินไม่เกิดจากความต้องการโรงงานอย่างเดียว แต่มาจากนักลงทุนที่ต้องการถือครองที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการรองรับบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศเดียวกันที่เป็นอีกแรงผลักสำคัญให้ราคาที่ดินสูงขึ้น ซึ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงประสิทธิภาพการกำกับดูแล และความจำเป็นที่ภาครัฐต้องติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินใกล้ชิดขึ้น

กรุงเทพธุรกิจ” ได้ติดตามตรวจสอบการกว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดสรร รองรับการตั้งโรงงาน ซึ่งพบการกว้านซื้อที่ดินของทุนจีนที่ ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ระดับพันไร่เพื่อจัดสรรสำหรับการตั้งโรงงานในรูปแบบสวนอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ

กว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรสำหรับตั้งโรงงาน รวมทั้งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามนอมินี

เรียกร้อง 4 กระทรวงแก้ปัญหากว้านซื้อที่ดิน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การบังคับใช้กฎหมายเป็นหัวใจสำคัญ เพราะไทยมีกฎหมายแต่การบังคับใช้อาจดูแลไม่ทั่วถึง 

ทั้งนี้ เสนอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องควรทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ 4 หน่วยงานคือ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“กรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น ต้องช่วยตรวจสอบ และส่งสัญญาณหากพบการโอนที่ดินหรือการถมดินที่ผิดปกติ หรือประชาชนเมื่อพบเห็นต้องรีบแจ้งเหตุ ส่วนเรื่องนอมินี (Nominee) ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบเข้มงวดขึ้น ดังนั้น ควรมีบทลงโทษนอมินีอย่างหนัก เพราะถือเป็นการขายชาติ และสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม” นางสาวจรีพร กล่าว

 

 

 

ลงทุนนอกนิคมฯ เสี่ยงทำลายสิ่งแวดล้อม

นางสาวจรีพร กล่าวว่า ประเด็นน่ากังวลสุดในปัจจุบันคือ การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมนอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมักไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยหากผู้ประกอบการทำตามกฎระเบียบถูกต้องไม่ว่าจะเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรม จะไม่สร้างปัญหากับชุมชน เพราะมีการดูแลทั้งการปล่อยน้ำเสีย และขยะ

ทั้งนี้ ปัญหาที่เห็นในข่าวบ่อยครั้งมักเกิดจากกลุ่มที่ลงทุนนอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอาจใช้นอมินี ถือครองที่ดินแทนคนต่างชาติ เนื่องจากกฎหมายไทยกำหนดให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และโลจิสติกส์ต้องมีคนไทยหรือบริษัทไทยถือหุ้นใหญ่

นางสาวจรีพร เปิดเผยว่า ปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า 10 ปี และเคยเสนอภาครัฐหลายครั้ง เนื่องจากผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมมีต้นทุนสูงกว่ามาก อีกทั้งต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และรออนุมัติรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) นานถึง 1-2 ปี

ในขณะที่การจัดสรรพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรมบางรายแอบสร้างโรงงานอาจลักลอบจัดการขยะพิษจนสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน เช่น กรณีน้ำเสียเป็นกรดหรือปัญหาขยะโฟมที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นิคมอุตสาหกรรมถูกกฎหมายคุมเข้ม

สำหรับความแตกต่างนิคมอุตสาหกรรมกับสวนอุตสาหกรรมสิ่งสำคัญสุดอยู่ที่กฎหมาย และการควบคุม โดยนิคมอุตสาหกรรมต้องจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อย่างเคร่งครัด รวมทั้งต้องทำรายงาน EIA ที่ละเอียดมาก และกำหนดประเภทอุตสาหกรรมที่อนุญาตหรือห้ามชัดเจน

สำหรับสวนอุตสาหกรรม จะขออนุญาตก่อสร้างอาคารภายในพื้นที่มักขออนุญาตองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่สิทธิประโยชน์ของสวนอุตสาหกรรมจะน้อยกว่านิคมอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ WHA มีนิคมอุตสาหกรรมในไทย 15 แห่ง โดย 14 แห่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม และมีเพียง 1 แห่งที่สระบุรี เป็นสวนอุตสาหกรรม เพราะเป็นการซื้อต่อมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับเฟส 2 ที่สระบุรี WHA มีแผนปรับเป็นนิคมอุตสาหกรรมเมื่อเปลี่ยนสีผังเมืองเรียบร้อยเพื่อยกระดับมาตรฐาน และสิทธิประโยชน์

นักลงทุนบางชาติชี้ความไม่เป็นธรรม “ต้นทุนการผลิต”

นอกจากนี้ จากปัญหาการไม่บังคับใช้กฎหมายจริงจังกระทบภาพลักษณ์ประเทศ ก่อนหน้านี้มีทูตบางประเทศเข้าพบเพื่อชี้แจงว่านักลงทุนของเขาทำถูกกฎหมายทุกอย่าง กำลังเสียเปรียบการแข่งขันด้านต้นทุนให้กลุ่มที่เข้ามาใหม่แต่ทำผิดกฎหมาย เนื่องจากกลุ่มหลังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม จนเกิดคำถามว่าทำไมรัฐบาลไทยไม่จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาดเหมือนต่างประเทศ

นอกจากนี้ การกระจายข่าวทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ถูกกฎหมายของผู้ลงทุนต่างชาติบางกลุ่มสร้างความกังวลอาจเกิดกระแสแอนตี้คนต่างชาติ จนทำให้นักลงทุนที่มีคุณภาพไม่กล้ามาลงทุนไทย โดยการทำผิดบางครั้งมักพบว่าคนไทยที่ทำผิดจึงไม่ควรโยงประเทศใดประเทศหนึ่ง

จุดยืน WHA ยึด “จริยธรรม” เหนือผลกำไร

ในฐานะผู้นำด้านนิคมอุตสาหกรรม นางสาวจรีพร กล่าวยืนยันว่า WHA มีมาตรการสกรีนลูกค้าเข้มข้น โดยต้องสืบประวัติถึงบริษัทแม่ในต่างประเทศก่อนขายที่ดินให้ ยกตัวอย่างเหตุการณ์ 10 ปีที่ผ่านมา มีกลุ่มทุนต่างชาติขอซื้อที่ดิน 2,000 ไร่ เพื่อทำธุรกิจรีไซเคิลขยะ

“WHA ปฏิเสธการขอซื้อที่ดินดังกล่าวทันที เพราะอาจเป็นพิษต่อประเทศ และเป็นจริยธรรมของ WHA เรื่องอะไรจะเอาสิ่งที่เป็นพิษเข้าประเทศ” นางสาวจรีพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่านักลงทุนระดับโลกยังคงเชื่อมั่น และต้องการอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกต้อง เพราะมั่นใจในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ความถูกต้องของกฎหมาย และเสถียรภาพทางด้านสาธารณูปโภคทั้งน้ำ และพลังงานของประเทศไทย

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์