กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเกมรุกแก้หนี้ภาคครัวเรือน เร่งยกระดับเครือข่ายครูบัญชีอาสา 6,018 รายทั่วประเทศสู่ยุคดิจิทัล โดยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้านโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” มอบหมายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ปูพรม Reskill-Upskill ครูบัญชีอาสา อกม. และหมอดินอาสาทุกตำบล ให้ก้าวเป็นที่ปรึกษาทางการเงินระดับชุมชน พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมแอปพลิเคชัน “SmartMe Plus” ดึงระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ต้นทุน และคำนวณกำไร-ขาดทุนแบบ Real-Time พร้อมเปิดฟังก์ชันให้คำแนะนำแก้หนี้สินเฉพาะบุคคล มุ่งสร้างวินัยการออมตั้งแต่ฐานรากเพื่อ พลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายครูอาสาประจำปี 2569 เรื่อง “ยกระดับครูบัญชีอาสายุคดิจิทัล เพื่อเกษตรกรไทย” พร้อมมอบรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี 2569 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูบัญชีอาสาทั่วประเทศ และเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุ่งติดอาวุธทางปัญญาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีบัญชีสมัยใหม่ ส่งต่อความรู้สู่ชุมชนทั่วประเทศ ณ โรงแรม คลาสสิค คามิโอ อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับภาคการเกษตรด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมี “ครูบัญชีอาสา” เป็นกลไกสำคัญในระดับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับเกษตรกรไทยนับล้านคนทั่วประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลนี้ ครูบัญชีอาสาไม่ได้เป็นเพียงผู้สอนการทำบัญชีเท่านั้น แต่ต้องได้รับการยกระดับศักยภาพและการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัล เพื่อก้าวสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาปรับใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลการเกษตรได้อย่างเท่าทัน ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผนการผลิต การลงทุน และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างเหมาะสม สามารถก้าวสู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ และพร้อมรับมือกับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะผ่านการ Reskill ครูบัญชีอาสา สู่การเป็นเกษตรกร Smart Farmer ควบคู่กับการ Upskill อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และหมอดินอาสา เพื่อยกระดับสู่ครูบัญชีอาสาทุกตำบล นำนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยพลิกฟื้นและแก้ไขปัญหาหนี้สินให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและทั่วถึงครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมสร้างวินัยทางการเงินและการออมตั้งแต่ระดับฐานราก
“ครูบัญชีอาสาคือฟันเฟืองในการขับเคลื่อนงานด้านบัญชีและถือเป็นภาคีเครือข่ายภาคประชาชนที่สำคัญ จึงเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้ที่เท่าทัน จะช่วยให้ครูบัญชีสามารถเข้าไปบูรณาการความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงทางรายได้ และขอส่งกำลังใจให้ครูบัญชีอาสาทุกท่านที่ร่วมเสียสละแรงกายแรงใจ ถ่ายทอดประโยชน์ของบัญชีสู่ชุมชน เพื่อเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการเกษตรของไทยให้เติบโตต่อไป” นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าว
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แสดงความยินดีกับครูบัญชีดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ทั้ง 78 ราย ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของความทุ่มเทและเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง จึงขอให้มีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงาน คอยแนะนำและติดตามการทำบัญชีอย่างใกล้ชิด ซึ่งพลังขับเคลื่อนจากคนในพื้นที่จะช่วยเปลี่ยนวิธีคิดด้านต้นทุน การยกระดับรายได้ และช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโต ซึ่งหากชุมชนใดมีครูบัญชีที่เข้มแข็ง ชุมชนนั้นก็จะปรับตัวได้ไว และสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน
ด้าน นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีเครือข่ายครูบัญชีอาสาที่มีความเข้มแข็งในทุกพื้นที่ รวม 6,018 รายทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากภาครัฐไปสู่การปฏิบัติจริงในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อน CAD TRUST ด้วย 8 Flagships โดยในส่วนของการเสริมสร้างวินัยทางการเงินและเทคโนโลยีภาคเกษตร ได้มุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1) ยกระดับสู่ ‘ที่ปรึกษาทางการเงินระดับชุมชน’ : พัฒนาศักยภาพและเพิ่มทักษะครูบัญชีผ่านการ Reskill ครูบัญชีอาสา เพื่อพัฒนาสู่การเป็นเกษตรกร Smart Farmer พร้อมทั้ง Upskill อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และหมอดินอาสา สู่ครูบัญชีอาสาทุกตำบล ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีเกษตรอัจฉริยะ สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมเพิ่มฟังก์ชัน SmartMe KID ขยายผลการจัดทำบัญชีสู่เด็กและเยาวชน เพื่อเสริมสร้างวินัยทางการเงินและทักษะดิจิทัลตั้งแต่ฐานราก
2) ขับเคลื่อนนวัตกรรม ‘SmartMe Plus’ : พัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถใช้งานได้ทุกที่ผ่านระบบ Cloud พร้อมต่อยอดฟังก์ชันการวิเคราะห์ต้นทุนด้วยระบบ AI Report Automatic ช่วยให้เกษตรกรคำนวณต้นทุนที่แท้จริง มองเห็นภาพรวมรายรับ-รายจ่าย และทราบผลกำไรในแต่ละรอบการผลิตได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเฉพาะบุคคล
และ 3) ขยายผลศูนย์ข้อมูลบัญชีต้นทุนอาชีพภาคเกษตรรายสินค้า : เดินหน้าผลักดันการใช้ประโยชน์จากศูนย์ข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมโยงและขยายฐานข้อมูลพืชเศรษฐกิจนำร่อง 3 ชนิดขึ้นไป ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ รองรับการวิเคราะห์รายได้ ต้นทุน และกำไรแบบ Real-Time เพื่อยกระดับการวางแผนและการตัดสินใจทางธุรกิจเกษตรบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจและเชิดชูเกียรติให้แก่ครูบัญชีอาสาทุกท่าน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้กำหนดให้วันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปี เป็น ‘วันครูบัญชีอาสา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์’ เพื่อระลึกถึงความเสียสละของครูบัญชีทุกท่านที่เป็นทั้งผู้ริเริ่มและฟันฝ่าอุปสรรคในการนำกลไกทางการบัญชีเข้าไปช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยในทุกปีจะจัดให้มีการประชุมสัมมนาเครือข่ายครูบัญชีอาสาทั่วประเทศ เพื่อได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาทักษะการปฏิบัติงานและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน
รวมถึงมีการมอบใบประกาศเกียรติคุณและเข็มเชิดชูเกียรติแก่เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ยกย่องเชิดชูประกาศเกียรติคุณของครูบัญชีอาสาให้ปรากฏและยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติงาน โดยตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในปีนี้ คือ คุณสุริยา ขันแก้ว เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับประเทศ ประจำปี 2569 จากจังหวัดแพร่ ซึ่งมีความโดดเด่นในการนำข้อมูลบัญชีมาวิเคราะห์จุดคุ้มทุน จนสามารถพลิกฟื้นจากการทำนาเคมีสู่ทำนาอินทรีย์ และยังช่วยสอนบัญชีครัวเรือนเพื่อปรับพฤติกรรมการเงินและสร้างวินัยทางการเงินให้กับคนในชุมชนได้สำเร็จ


