วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กบน. มีมติลดราคาน้ำมันดีเซล 2.56 บาท เบนซิน 2.51 บาท มีผล 8 ก.ค. 69

รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติผลการประชุมวันที่ 7 ก.ค.2569 โดยที่ประชุมมีมติปรับลดราคาน้ำมัน ราคากลุ่มน้ำมันดีเซล ลดลง 2.56 บาท/ลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซินทุกชนิด ลดลง 2.51 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 8 ก.ค. 2569 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุม กบง. ได้รับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี จากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 ที่มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน หาแนวทางปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลง บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดต้นทุนของผู้ประกอบการ

โดยที่ประชุม กบง. ใช้อำนาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และอำนาจตามข้อ 3 แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 15/2562 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่ประชุม กบง. จึงได้มีมติเห็นชอบ กำหนดกรอบราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอลและน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 35.00 บาทต่อลิตร พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณากำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรืออัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ราคาขายปลีกเป็นไปตามกรอบราคาที่กำหนด และสอดคล้องกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า จากการดำเนินการดังกล่าว จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลง โดยน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลปรับลดลงประมาณ 2.51 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วปรับลดลงประมาณ 2.56 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นไปตามกรอบราคาที่ กบง. เห็นชอบ

สำหรับการปรับลดราคาน้ำมันครั้งนี้ เป็นผลมาจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าจะอ่อนตัวลง หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาและการเปิดเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลก วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยน้ำมันดีเซลปิดอยู่ที่ประมาณ 118 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ทั้งนี้ ในกลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 2.71 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.90 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.94 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 2.67 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 8.46 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 29.94 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร

สำหรับ กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล น้ำมันเบนซินลดการจัดเก็บ 2.05 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 7.99 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 43.93 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ลดการจัดเก็บ 2.07 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 0.42 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.94 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 ปรับลดการจัดเก็บ 2.07 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 0.42 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 34.57 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล E20 เพิ่มการชดเชย 2.10 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 3.71 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 29.94 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล E85 เพิ่มการชดเชย 2.27 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.65 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 25.88 บาทต่อลิตร โดยอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. 2569 

การปรับเปลี่ยนอัตราเงินส่งเข้ากองทุนในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในทันทีแล้ว ยังช่วยให้เศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมสามารถขับเคลือนได้ดีขึ้น โดยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีรายจ่ายสุทธิประมาณวันละ 213.91 ล้านบาท