คมนาคม เตรียมความพร้อมสนามบินภูมิภาคพื้นที่หลายจังหวัด ลุยรับเที่ยวบินอินเตอร์ พร้อมสยายปีกท่าอากาศยานกระบี่รับเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ
แม้จะมีข่าวด้านการบินที่ไปเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด แต่ศักยภาพอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยยังคงเข้มแข็ง จากปัจจัยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และศักยภาพโดยรวมของท่าอากาศยาน ซึ่งกลุ่มท่าอากาศยานภูมิภาคในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศกำลังจะก้าวเป็น หรือมีขีดความสามารถที่มากขึ้นเพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับศักยภาพท่าอากาศยานหัวหิน สู่ศูนย์กลางการบินพาณิชย์และการท่องเที่ยวระดับสากล หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามแผนงานและมอบนโยบายเร่งแก้ปัญหาเทคนิคทางวิ่งให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
โดยกระทรวงคมนาคม กรมท่าอากาศยาน สายการบินไทยแอร์เอเชีย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการเพิ่มโครงข่ายการเดินทางทางอากาศตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค
ดันสนามบินหัวหินรับตรงเที่ยวบินอินเตอร์
"รัฐบาลเล็งเห็นถึงศักยภาพของอำเภอหัวหิน ซึ่งมีศักยภาพสูงในการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงได้ผลักดันให้เกิดเที่ยวบินระหว่างประเทศให้เป็นรูปธรรมขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หัวหิน”
ข้อมูลของกรมท่าอากาศยานในช่วงปี 2561 – 2563 ก่อนวิกฤตการณ์โควิด-19 ท่าอากาศยานหัวหินเคยรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินแอร์เอเชีย เบอร์ฮัด ในเส้นทาง หัวหิน – กัวลาลัมเปอร์ มาแล้ว ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี จากสถิติเที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยว และจำนวนผู้โดยสารกว่า 130,000 คน ดังนั้น การร่วมมือจัดเวิร์กชอปในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะศึกษาความเป็นไปได้และเตรียมความพร้อมในการนำเส้นทางบินหัวหิน – กัวลาลัมเปอร์ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดบริการเส้นทางระหว่างประเทศอื่นๆ อีกด้วย
นายภัทรพงศ์ กล่าวถึงผลการเป็นประธานการหารือแนวทางขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับท่าอากาศยานภูมิภาคในสังกัดกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ที่มีกัปตันวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด เข้าร่วมการประชุมด้วยว่า สนับสนุนแผนขยายฝูงบินและเส้นทางบินของสายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมผลักดันท่าอากาศยานอุดรธานีให้เป็นประตูเชื่อมโยงการเดินทางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยานพร้อมสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินใหม่ ผ่านมาตรการจูงใจด้านค่าธรรมเนียม การประชาสัมพันธ์ และความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และจังหวัดต่างๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและดึงดูดชาวต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทย
เปิดแผนเวียตเจ็ทวางอุดรฯฮับอีสาน
ด้าน กัปตันวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด ระบุถึงแผนดำเนินงาน 4 ระยะ ได้แก่ การเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 จาก 98 เป็น 147 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมเพิ่มเที่ยวบิน กรุงเทพฯ–อุดรธานี จาก 21 เป็น 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเตรียมเปิดเส้นทางบินจากอุดรธานีไปยังโอซาก้า โตเกียว (นาริตะ) ดานัง และไทเป ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยผู้โดยสารสามารถเช็กอินและโหลดสัมภาระเพียงครั้งเดียวตลอดเส้นทาง
นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศจากขอนแก่นและสุราษฎร์ธานี การศึกษาเส้นทางบินตรง อุดรธานี–โฮจิมินห์ และ กระบี่–โฮจิมินห์ ภายในปี 2570 รวมถึงความร่วมมือกับสายการบิน EZY Airlines เพื่อเชื่อมโยงฮานอย ดานัง และโฮจิมินห์ สู่ท่าอากาศยานอุดรธานี และต่อเชื่อมไปยังเมืองรองของไทย
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ท่าอากาศยานอุดรธานีมีศักยภาพสูง โดยในปี 2568 มีเที่ยวบิน 13,737 เที่ยวบิน และผู้โดยสารกว่า 2 ล้านคน ซึ่งมีปริมาณสูงที่สุดในกลุ่มท่าอากาศยานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเชื่อมั่นว่าการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศจะช่วยผลักดันอุดรธานีสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาคอินโดจีนได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในส่วนนโยบาย Airport for Regional Development เพื่อยกระดับท่าอากาศยานให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระดับภูมิภาคนั้น
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในโอกาสการประชุม IATA Slot Conference ครั้งที่ 158 เมื่อเร็วๆ นี้ สายการบินใหม่ที่ขอจัดสรรเวลามายังท่าอากาศยานกระบี่ จำนวน 2 สายการบิน ได้แก่ สายการบิน ฟินแอร์ (สาธารณรัฐฟินแลนด์) เส้นทาง เฮลซิงกิ – กระบี่ และสายการบิน สแกนดิเนเวียน (ประเทศสวีเดน) เส้นทาง โคเปนเฮเกน – กระบี่
นอกจากนี้ยังมีสายการบินที่ให้ความสนใจนัดหมายสอบถามข้อมูลท่าอากาศยานในสังกัด ทย. ได้แก่ สายการบิน ซาลามแอร์ (รัฐสุลต่านโอมาน) สายการบิน Low-cost ที่ให้บริการในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีอากาศยานแบบ A320 จำนวน 15 ลำ มีความสนใจที่จะทำการบินมายังท่าอากาศยานกระบี่ และสายการบิน ลักกี้แอร์ (สาธารณรัฐประชาชนจีน) แจ้งแผนการเปิดทำการบินในเส้นทาง คุนหมิง – อุดรธานี ในช่วงเดือนก.ย. 2569


