นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีข้อร้องเรียนปัญหาน้ำเสีย ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง หลังประชาชนและเพจสื่อสังคมออนไลน์ ร้องเรียนว่าพบน้ำเสียไหลลงสู่ลำคลองสาธารณะและพื้นที่กรรมสิทธิ์ของประชาชน ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับโรงงานบริษัท จงเซ่อ รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ว่า กนอ. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของภาคประชาชน
โดยมอบหมายให้ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนิคมพัฒนา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เทศบาลตำบลพนานิคม อบต.มาบยางพร ผู้นำชุมชน และผู้แทนผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดระหว่างวันที่ 29–30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
โดยจากการตรวจสอบเชิงลึกพบข้อเท็จจริงและต้นตอของปัญหาใน 2 จุดสำคัญ คือ
1.) พื้นที่ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางแห่งที่ 3 (อยู่ระหว่างก่อสร้าง) ตรวจพบการระบายน้ำจากกิจกรรมก่อสร้างผ่านทางท่อ ส่งผลให้เกิดดินและโคลนไหลปนเปื้อนลงสู่บ่อน้ำของบุคคลอื่นและลำคลองสาธารณะใกล้เคียง
2.) พื้นที่ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางแห่งที่ 4
โดยคณะผู้ตรวจสอบสรุปเบื้องต้นว่า ปัญหาน้ำเสีย ไม่ได้เกิดจากตัวบ่อพักน้ำล้นเนื่องจากมีการปรับปรุงแก้ไขจากเหตุการณ์เดือนมีนาคมเรียบร้อยแล้ว แต่จากการตรวจสอบระบบสปริงเกอร์ที่ใช้รดน้ำต้นไม้บริเวณพื้นที่สีเขียวด้านหน้าระบบบำบัดฯ แห่งที่ 4 พบว่า น้ำที่นำมาใช้รดน้ำต้นไม้มีลักษณะสีขุ่น มีกลิ่นเหม็นรุนแรง และมีฟอง ขังอยู่เป็นปริมาณมาก ก่อนจะไหลทะลักลงสู่รางระบายน้ำฝฝนส่วนกลางของนิคมฯ และไหลต่อเนื่องลงสู่ลำคลองสาธารณะภายนอกโครงการ
อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องและขัดต่อรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง (ส่วนขยาย) ระยะที่ 6 ซึ่งกำหนดไว้ว่า ระบบบำบัดน้ำเสียแห่งที่ 4 ซึ่งเป็นระบบชีวภาพแบบ Sequencing Batch Reactor (SBR) ขนาด 20,000 ลบ.ม./วัน ร่วมกับหน่วยผลิตน้ำประปาคุณภาพสูง (Water Reclamation Plant) จะต้องไม่มีการระบายน้ำทิ้งภายหลังการบำบัดออกนอกพื้นที่โครงการเด็ดขาด (Zero Discharge)
โดยน้ำทิ้งทั้งหมดจะต้องถูกนำกลับมาเข้ากระบวนการ Reclamation เพื่อเวียนใช้ใหม่ หรือหากนำไปรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่สีเขียว น้ำนั้นจะต้องผ่านระบบควบคุมคุณภาพผสมน้ำ (Mixed Water Tank) เพื่อควบคุมค่าสารของแข็งละลายน้ำ (TDS) ไม่ให้เกิน 1,300 มิลลิกรัม/ลิตร และต้องเป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย
ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการป้องกันสิ่งแวดล้อมและบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนโดยเร็วที่สุด กนอ. ได้ออกหนังสือแจ้ง คำสั่งด่วนที่สุด ที่ อก 5105.4.2/ ถึง กรรมการผู้จัดการบริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ ยู จำกัด ในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม
โดยให้เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วนใน 6 ข้อ ดังนี้
- ระงับการระบายน้ำก่อสร้างแห่งที่ 3 โดยให้ปรับปรุงแก้ไขการระบายน้ำจากการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางแห่งที่ 3 โดยห้ามมิให้มีน้ำจากกิจกรรมก่อสร้างไหลลงสู่ลำคลองสาธารณะและพื้นที่กรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่นเด็ดขาด
- ให้ดำเนินการบล็อคน้ำสีดำที่มีกลิ่นเหม็นบริเวณระบบบำบัดน้ำเสียแห่งที่ 4 ทันที เพื่อมิให้ไหลลงสู่รางระบายน้ำฝนส่วนกลางและคลองสาธารณะ พร้อมทั้งห้ามนำน้ำที่มีลักษณะขุ่นและมีกลิ่นเหม็นมารดน้ำต้นไม้ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมโดยเด็ดขาด โดยน้ำที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
- ตรวจวัดคุณภาพน้ำที่นำมารดน้ำต้นไม้และน้ำในคลองสาธารณะที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเร่งปรับปรุงแก้ไขตามหลักวิชาการเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
- ตรวจสอบความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไขและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับท้องถิ่น
- ตรวจสอบหาสาเหตุโดยละเอียด และจัดส่งข้อมูลเชิงเทคนิคของระบบบำบัดฯ แห่งที่ 4 ให้แก่ กนอ. ทั้งปริมาณน้ำเสียเข้า-ออก ความจุระบบ ขั้นตอนการบำบัด และระบบควบคุมคุณภาพน้ำทิ้ง
- ให้ปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ เพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำทิ้งเล็ดลอดออกสู่ภายนอกนิคมอุตสาหกรรมอีก
“กนอ. ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก โดยได้กำชับให้ บริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด และบริษัท อมตะ ยู จำกัด จัดทำแผนการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขทั้งหมดเสนอต่อ กนอ. เป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 6 ก.ค. 2569 และย้ำเตือนให้ปฏิบัติตามมาตรการ EIA โครงการส่วนขยายระยะที่ 6 อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน” นายสุเมธ กล่าว


