จากบทสัมภาษณ์ของ นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าหากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเลือกแนวทางสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี)
ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีข้อเสนอในการเปิดประมูลโครงการ"ไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน"อีกครั้ง เนื่องจากโมเดลการลงทุนแบบเดิมยังไม่ดึงดูดการลงทุน และการเปิดประมูลใหม่จะต้องใช้เวลามากถึง 2 ปี ทำให้โครงข่ายระบบรางของอีอีซีจะล่าช้าออกไปอีก ดังนั้น “วิธีการดีที่สุด” คือการเอาของที่มีอยู่มาทำให้เกิดประโยชน์ นั่นคือ การพัฒนารถไฟทางคู่ และเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟให้มีประสิทธิภาพ
โดยแนวทางที่เหมาะสมจึงควรเร่งรัดส่วนของโครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (Missing Link) เพื่อทำให้รถไฟสายสีแดงสามารถให้บริการเชื่อมต่อมายังเส้นทางของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งจะเชื่อมการเดินทางจากดอนเมือง - สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา
ทั้งนี้ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง Missing Link กลายเป็นที่กล่าวถึงอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง สถานะปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างเสนอขอรับงบประมาณ ปี 2570-2571 (งบผูกพัน) จำนวน 110 ล้านบาท แบ่งเป็น งบปี 2570 จำนวน 22 ล้านบาท งบปี 2571 จำนวน 88 ล้านบาท เพื่อทบทวนผลการศึกษาและออกแบบรายละเอียด
โดยปัจจุบันได้จัดทำร่างขอบเขตงานและราคากลางงานจ้างที่ปรึกษาแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างเสนอผู้ว่า รฟท. ให้ความเห็นชอบ เบื้องต้น รฟท. มั่นใจว่าจะสามารถเร่งรัดเสนอ ครม.เพื่อขออนุมัติโครงการเพื่อเปิดประมูลได้ภายในปี 2571
เนื่องจากโครงการนี้ถือเป็นโครงการเร่งด่วน เพราะนอกจากจะเป็นโครงข่ายสำคัญของการเดินทาง ยังเป็นเส้นทางรถไฟที่จะแก้ปัญหาจุดตัดบนท้องถนนได้ เนื่องจากตลอดแนวเส้นทางของรถไฟ Missing Link ผ่าน 13 จุดตัดในปัจจุบัน ประกอบด้วย จุดตัดบริเวณประดิพัทธ์, เศรษฐศิริ, ระนอง, นครไชยศรี, ราชวิถี, ศรีอยุธยา, ยมราช, พระราม 6, พญาไท, ราชปรารภ, อโศก, รามคำแหง และศรีนครินทร์
สำหรับ โครงการ Missing Link ถูกออกแบบแนวเส้นทางมีระยะทาง 25.90 กิโลเมตร แบ่งเป็น ทางยกระดับ 22.40 กิโลเมตร และใต้ดิน 3.50 กิโลเมตร โดยโครงการมีสถานีบริการ 9 แห่ง ประกอบด้วย
- สถานีสามเสน
- สถานีราชวิถี
- สถานียมราช
- สถานียศเส
- สถานีหัวลำโพง
- สถานีพญาไท
- สถานีมักกะสัน
- สถานีรามคำแหง
- สถานีหัวหมาก
ขณะที่ผลการศึกษาของ รฟท.ก่อนหน้านี้ ได้รับการอนุมัติจาก ครม.เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2567 โดยขออนุมัติปรับกรอบวงเงินโครงการจาก 44,157.76 ล้านบาท เป็น 44,573.85 ล้านบาท อีกทั้งยังศึกษาประมาณการณ์ว่า ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ จะมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการประมาณ 211,000 เที่ยวต่อวัน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 330,000 เที่ยวต่อวันในอนาคต โดยโครงการยังประเมินผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจไว้ที่ 29.91% และผลตอบแทนทางการเงินที่ 13%


