ความคืบหน้าการลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการคัดกรองคุณสมบัติ โดยภาครัฐมีเป้าหมายสำคัญคือการกวาดต้อน "กลุ่มผู้เปราะบางและผู้ตกหล่น" ให้เข้ามาอยู่ในตาข่ายรองรับทางสังคมอย่างแท้จริง
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การคัดกรองรอบนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้เดือดร้อนจริงเป็นหลัก โดยกระทรวงการคลังจะไม่นำกรอบงบประมาณปี 2570 ที่ตั้งไว้ 4.2 หมื่นล้านบาท มาเป็นเงื่อนไขในการตีกรอบตัดสิทธิประชาชน หากท้ายที่สุดพบว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์มากกว่างบประมาณที่เตรียมไว้ รัฐบาลก็พร้อมจะจัดหาแหล่งเงินทุนหรือใช้งบกลางเข้ามาเพิ่มเติม
ดึงฐานข้อมูลรัฐ ตกหล่น 6.44 ล้านคน
สำหรับฐานข้อมูลผู้ที่เข้าสู่กระบวนการคัดกรองรอบใหม่นี้ สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย
1.กลุ่มผู้มีสิทธิเดิม จำนวน 13.18 ล้านคน ซึ่งจากการเปิดให้ยืนยันสิทธิ (4-21 มิ.ย. 2569) พบว่ามีผู้มายืนยันสิทธิแล้ว 12.7 ล้านราย หรือคิดเป็น 96.4%
2.กลุ่มผู้ตกหล่นและผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 5.4 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่รัฐได้ลงพื้นที่สำรวจและดึงข้อมูลเข้ามาเพิ่ม
3.กลุ่มจากฐานข้อมูลของรัฐ จำนวน 1.04 ล้านราย ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลข้ามกระทรวง จากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการฯ
เมื่อรวมตัวเลขกลุ่มที่ 2 และ 3 จะเห็นว่ามีประชาชนกลุ่มใหม่ที่ถูกดึงรายชื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเพิ่มขึ้นกว่า 6.44 ล้านคน
ไทม์ไลน์เคาะสิทธิ 17 ก.ค. นี้ – รอยต่อสวัสดิการต้องไม่สะดุด
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะประชุมเพื่อสรุปหลักเกณฑ์ในวันที่ 3 ก.ค. เพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติกลไกการทำงานในช่วงวันที่ 7 หรือ 14 ก.ค.
จากนั้นจะ ประกาศผลผู้ได้รับสิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ก.ค. 2569 โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ระหว่างวันที่ 17-31 ก.ค. 2569
นอกจากนี้ ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านนโยบาย คลังได้เตรียมมาตรการรองรับสำหรับผู้ที่หลุดสิทธิบัตรสวัสดิการฯ แต่เคยได้รับสิทธิจากโครงการอื่น เช่น "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" โดยจะเปิดให้กลุ่มนี้ลงทะเบียนอีกครั้ง เพื่อดูแลให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องและไม่เกิดความซ้ำซ้อน
เชื่อม "บิ๊กดาต้า" ปูทางรื้อสวัสดิการด้วยระบบภาษี NIT
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงภาพใหญ่ของการปฏิรูประบบสวัสดิการว่า การบังคับใช้ พ.ร.ฎ. ว่าด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่สมบูรณ์ กรมบัญชีกลางจะสามารถนำฐานข้อมูลนี้มาตรวจสอบความซ้ำซ้อนของการรับสวัสดิการได้อย่างแม่นยำ
ข้อมูลขนาดใหญ่นี้ จะนำไปสู่การจัดทำแพ็กเกจสวัสดิการที่เหมาะสมกับคนไทยเป็นรายบุคคล โดยรัฐบาลเตรียมนำแนวคิด Negative Income Tax (NIT) หรือ ระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ มาปรับใช้
ทำความรู้จักระบบ NIT
Negative Income Tax คือระบบที่กำหนดให้คนไทยทุกคนในวัยทำงานต้องยื่นแบบแสดงรายได้ประจำปี หากใครมีรายได้ "ต่ำกว่าเกณฑ์" รัฐจะโอนเงินอุดหนุนช่วยเหลือกลับไปให้ (เป็นภาษีติดลบ) แต่หากใครมีรายได้ "ถึงเกณฑ์" ก็จะต้องจ่ายภาษีตามปกติและรับสวัสดิการของรัฐในรูปแบบอื่นแทน ซึ่งจะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณตรงจุดและเป็นธรรมมากขึ้น



