วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ภัทรพงศ์' สั่งยกเครื่องสกัดขนยาเสพติด ยันตรวจลูกเรือ - ผู้โดยสารมาตรฐานเดียวกัน

“ภัทรพงศ์” เผยผลหารือหน่วยงานด้านการบิน ยกเครื่องมาตรการสกัดขนยาเสพติดผ่านสนามบินของไทย สั่งบูรณาการข้อมูลข่าวกรอง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ หวังปิดช่องโหว่ และยกระดับความมั่นคง ย้ำการตรวจค้นลูกเรือในปัจจุบันเป็นมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสาร

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท) เร่งหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา และยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านเที่ยวบินระหว่างประเทศ หลังเกิดกรณีพนักงานสายการบินไทยถูกควบคุมตัวในประเทศออสเตรเลีย จากความเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งยาเสพติด

โดยล่าสุด กพท. ได้เชิญบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าร่วมประชุมบูรณาการ เพื่อกำหนดมาตรการทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาวในการอุดช่องโหว่ พร้อมยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยด้านการบินของประเทศ

'ภัทรพงศ์' สั่งยกเครื่องสกัดขนยาเสพติด ยันตรวจลูกเรือ - ผู้โดยสารมาตรฐานเดียวกัน

สำหรับผลการประชุมได้ข้อสรุปให้เร่งดำเนินมาตรการในระยะสั้น โดยการบินไทยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นลูกเรือ และสัมภาระก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกำหนดบทลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือรับฝากสิ่งของโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ กพท. จะกำชับให้สายการบินทุกแห่งใช้มาตรฐานเดียวกัน และติดตามการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

ด้าน ทอท. ยืนยันว่าลูกเรือทุกคนได้รับการตรวจค้นตามมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสาร และพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของสายการบิน และหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่ ขณะที่ ป.ป.ส. และกรมศุลกากร จะร่วมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเกตพฤติกรรม และตรวจจับความเสี่ยง

สำหรับมาตรการระยะยาว ที่ประชุมเห็นชอบให้ผลักดันการใช้ข้อมูล Passenger Name Record (PNR) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยง และคัดกรองบุคคลต้องสงสัยอย่างเป็นระบบ รวมถึงศึกษาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจค้นเพิ่มเติม โดย ทอท. มีแผนนำระบบ Biometrics มาใช้ในกระบวนการเช็กอินสัมภาระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยืนยันตัวบุคคล และการติดตามตรวจสอบ

นายภัทรพงศ์ เผยอีกว่า ที่ประชุมยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการตรวจค้นลูกเรือตามมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสาร และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กพท. อย่างเข้มงวด โดยที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจยึด และสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง แม้หลายกรณีจะไม่ได้เผยแพร่เป็นข่าวต่อสาธารณะ

"ผมได้กำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันยกเครื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยการบิน ปิดทุกช่องโหว่ที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนยาเสพติด พร้อมบูรณาการข้อมูลข่าวกรอง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนานาประเทศว่า ระบบการบินของไทยมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และความมั่นคงในระดับสากล" นายภัทรพงศ์ กล่าว

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์