วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

EECO เผยทางออก 'ไฮสปีดสามสนามบิน' หลังจ่อสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน

สกพอ. เผยทางออกดีที่สุด หลังจ่อสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน "ไฮสปีดสามสนามบิน" ควรดึงวงเงินลงทุน 1.2 แสนล้านบาท ลุยพัฒนาขีดความสามารถระบบรางที่มีอยู่ หนุน รฟท.เร่งสร้างโครงข่ายสายสีแดงช่วง Missing Link รองรับความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

KEY POINTS

  • สกพอ. เสนอทางออกกรณีสิ้นสุดสัญญากับกลุ่มซีพี โดยจะยังไม่มีการเปิดประมูลโครงการใหม่ เนื่องจากจะทำให้เกิดความล่าช้า และโมเดลเดิมไม่ดึงดูดการลงทุน
  • ชี้แนวทางที่เหมาะสมคือ การใช้ประโยชน์จากโครงข่ายรถไฟที่มีอยู่ เร่งรัดโครงการรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยาย (Missing Link) เพื่อเชื่อมต่อกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และเชื่อมการเดินทางของทั้ง 3 สนามบิน
  • เสนอให้นำงบลงทุน 1.2 แสนล้านบาท จากโครงการไฮสปีดเทรน มาพัฒนารถไฟสายสีแดง และเส้นทางรถไฟทางคู่สายตะวันออก ซึ่งสามารถทำความเร็วได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อรองรับความต้องการในพื้นที่ EEC

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงแนวทางดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยระบุว่า หากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเลือกแนวทางสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี)

โดยจากการประเมินของ สกพอ.ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีข้อเสนอในการเปิดประมูลโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบินอีกครั้ง เนื่องจากโมเดลการลงทุนแบบเดิมยังไม่ดึงดูดการลงทุน อีกทั้งหากจะเปิดประมูลใหม่จะต้องใช้เวลามากถึง 2 ปี ทำให้โครงข่ายระบบรางของอีอีซีจะล่าช้าออกไปอีก

“วิธีการที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ การเอาของที่มีอยู่มาทำให้เกิดประโยชน์ นั่นคือ การพัฒนารถไฟทางคู่ และเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟให้มีประสิทธิภาพ”

ทั้งนี้ แนวทางที่เหมาะสมจึงควรเร่งรัดส่วนของโครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (Missing Link) เพื่อทำให้รถไฟสายสีแดงสามารถให้บริการเชื่อมต่อมายังเส้นทางของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งจะเชื่อมการเดินทางจากดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา

นายจุฬา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันทราบว่า รฟท.มีแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ในสายตะวันออกอยู่แล้ว ดังนั้น สกพอ.จึงมองว่าควรจะนำวงเงินการลงทุนส่วนของไฮสปีดเทรน 1.2 แสนล้านบาท มาเร่งพัฒนาเส้นทางสายตะวันออกให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อการเดินทางของสายสีแดงที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหลังจากนั้นพัฒนาในเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อกับรถไฟทางคู่เข้ามายังพื้นที่อีอีซี

ทั้งนี้ สกพอ. ยืนยันว่าแนวทางที่เหมาะสมในขณะนี้คือ การใช้ประโยชน์จากโครงข่ายระบบรถไฟที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ เพราะประเมินแล้วพบว่าดีมานด์การใช้ขนส่งทางรางในพื้นที่อีอีซี ขณะนี้อาจยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนด้วยระบบไฮสปีดเทรนที่มีความเร็วสูง แต่สามารถใช้ระบบรางที่ทำความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมารองรับได้

อย่างไรก็ดี สกพอ.จะหารือกับ รฟท.อีกครั้ง เพื่อให้เร่งรัดการลงทุนส่วนของรถไฟสายสีแดง Missing Link รวมไปถึงปรับรางรถไฟทางคู่ให้พร้อมรองรับต่อการใช้งาน หลังจากนั้นเมื่อโครงสร้างระบบรางมีความพร้อมแล้ว ยังสามารถเปิดให้เอกชนร่วมใช้ราง (Open Access) เพื่อให้บริการเส้นทางรถไฟรองรับดีมานด์ของอีอีซี

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์