วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม 2569

Login
Login

EU เชือดสินค้า‘จีน’เก็บภาษี 3 ยูโร หวั่นไหลทะลักเข้าไทย

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “สหภาพยุโรป” (อียู) เดินหน้ากดดันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากจีนครั้งใหม่ ด้วยการเริ่มจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียม 3 ยูโร” ต่อพัสดุสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำจากจีน ซึ่งเดิมได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร โดยมาตรการมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวแรกของยุโรปในการสกัดการแข่งขันที่มองว่า “ไม่เป็นธรรม” จากแพลตฟอร์มอย่าง Shein, Temu และ AliExpress ที่อาศัยช่องโหว่ด้านภาษีขายสินค้าราคาต่ำจนเติบโตอย่างรวดเร็ว

มาตรการดังกล่าว นับเป็นแรงกดดันระลอกใหม่ต่อผู้ค้าปลีกออนไลน์จากจีน หลังจากสหรัฐยุติการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำ (de minimis) สำหรับสินค้าจากจีนไปแล้วในเดือนพฤษภาคม และขยายครอบคลุมสินค้านำเข้าทั้งหมดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

ภายใต้กฎใหม่ ค่าธรรมเนียมจะคิดตามประเภทสินค้าที่ระบุในใบศุลกากร ไม่ใช่ตามจำนวนชิ้นสินค้า เช่น หากพัสดุหนึ่งกล่องมีสินค้าคนละประเภท 3 รายการ จะถูกเรียกเก็บรวม 9 ยูโร แต่หากเป็นเสื้อผ้าหลายตัวหรือของเล่นหลายชิ้นที่อยู่ในประเภทเดียวกัน จะเสียเพียง 3 ยูโร

ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร มาตั้งแต่ปี 2008 แต่การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ทำให้จำนวนพัสดุที่ได้รับสิทธิยกเว้นพุ่งขึ้นอย่างมหาศาล จาก 1.4 พันล้านชิ้นในปี 2022 เป็น 5.8 พันล้านชิ้นในปี 2025 จนสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการในยุโรปและหน่วยงานกำกับดูแล

เดิร์ก โกทิงค์ สมาชิกรัฐสภายุโรปซึ่งรับผิดชอบการปฏิรูปกฎหมายศุลกากร ระบุว่า ระบบยกเว้นภาษีดังกล่าวเคยเหมาะสมในอดีต แต่ไม่สอดคล้องกับโลกการค้าในยุคอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะการหลั่งไหลของสินค้าจากจีน

“การยกเว้นภาษีถูกนำไปใช้ในวงกว้างจนกลายเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันเหนือผู้ประกอบการในยุโรป”

EU เชือดสินค้า‘จีน’เก็บภาษี 3 ยูโร หวั่นไหลทะลักเข้าไทย

ด้าน เดเร็ก ลอสซิง ที่ปรึกษาด้านอีคอมเมิร์ซและการขนส่งทางอากาศจาก Cirrus Global Advisors คาดว่า ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศเข้าสู่ยุโรปจะลดลง 10-35% ในช่วงหลายสัปดาห์แรกหลังมาตรการมีผลบังคับใช้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางอากาศทั่วโลก

“ก่อนหน้านี้ เมื่อสหรัฐปิดช่องโหว่ภาษี ยุโรปยังเป็นตลาดทางเลือกที่ผู้ประกอบการจีนสามารถหันมาใช้ได้ แต่เมื่อยุโรปดำเนินมาตรการลักษณะเดียวกัน ก็แทบไม่เหลือตลาดหลักที่รองรับกลยุทธ์เดิมอีกต่อไป”

ลอสซิง ยังคาดว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอาจกดดันซัพพลายเออร์ให้รับภาระต้นทุนบางส่วน เพื่อจำกัดการขึ้นราคาสินค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ซ้ำเติมสถานการณ์สงครามการค้าโลก

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน กล่าวว่า กรณีที่สหภาพยุโรป หรือ อียูออกมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือ ภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีน “3 ยูโร” ต่อพัสดุสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ  จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์สงครามการค้าโลก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

ทั้งในด้านการทะลักของสินค้าจีนเข้าสู่ตลาดอาเซียน และโอกาสในการขยายการส่งออกไปยังตลาดยุโรป ซึ่งเดิมนั้นจีนเผชิญมาตรการภาษีจากสหรัฐอยู่แล้ว ทำให้ผู้ประกอบการจีนต้องกระจายสินค้าจากตลาดสหรัฐไปยังภูมิภาคอื่น ทั้งเอเชียและยุโรป

แต่เมื่อสหภาพยุโรปเริ่มใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติม สินค้าจีนก็จะยิ่งถูกผลักดันออกจากตลาดยุโรป และมีแนวโน้มไหลทะลักเข้าสู่ตลาดอาเซียน รวมถึงประเทศไทยมากขึ้น จากเดิมที่มีสินค้าจีนเข้ามาอยู่แล้ว

EU เชือดสินค้า‘จีน’เก็บภาษี 3 ยูโร หวั่นไหลทะลักเข้าไทย

"สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสงครามการค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระหว่างสหรัฐกับจีนอีกต่อไป แต่ได้ขยายวงไปสู่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหภาพยุโรปด้วย เนื่องจากยุโรปกังวลว่าสินค้าราคาถูกจากจีนจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ รวมถึงประเทศคู่ค้ารายอื่นที่ต้องการแข่งขันในตลาดยุโรป"

ทั้งนี้มาตรการการเก็บภาษีสินค้าต่ำของอียู อาจต้องเจอกับมาตรการตอบโต้จากจีน  โดยจีนอาจใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ากับยุโรป เช่น ลดการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม รถยนต์ หรือเครื่องจักรจากประเทศในยุโรป ส่งผลให้ความขัดแย้งทางการค้ามีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น กลายเป็นสงครามการค้าระหว่างอียูและจีน นอกเหนือจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

แม้ว่าก่อนหน้านี้อียูและจีนเคยพยายามผลักดันความร่วมมือทางการค้า แม้จะยังไม่สามารถจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเป็นการใช้มาตรการภาษีตอบโต้กัน โอกาสที่จะเห็นการเจรจา FTA ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งลดลง เพราะบรรยากาศทางการค้าเปลี่ยนจากความร่วมมือไปสู่การแข่งขันและการกีดกันทางการค้ามากขึ้น

โอกาส “ไทย-เวียดนาม” บุกยุโรป

ดร.อัทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม วิกฤตดังกล่าวอาจเป็นโอกาสของประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะไทยและเวียดนาม ที่จะเข้าไปทดแทนสินค้าจีนในตลาดยุโรป หากสามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานที่ยุโรปกำหนด แต่ก็เตือนว่า ผู้ส่งออกไทยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากยุโรปอาจเข้มงวดในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อป้องกันการนำสินค้าจีนมาสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทยเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า ซึ่ง

หากไทยต้องการใช้โอกาสนี้ขยายตลาดในยุโรป จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสินค้าส่วนใหญ่มีการผลิตภายในประเทศจริง มีสัดส่วนวัตถุดิบหรือ Local Content ตามเกณฑ์ที่กำหนด และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

แนะเร่งเจรจาการค้าอียูดันสินค้าไทยเข้าตลาด

ทั้งนี้ รัฐบาลควรเร่งใช้โอกาสนี้ในการเจรจาการค้ากับอียูพื่อผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดยุโรปทดแทนสินค้าจีน โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ แต่ยอมรับว่าไทยยังเสียเปรียบเวียดนาม เนื่องจากเวียดนามมีความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปแล้ว ทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเหนือกว่าไทย 

นอกจากนี้ ไทยควรแข่งขันด้วยคุณภาพมากกว่าราคา เพราะแม้สินค้าจีนจะถูกเก็บภาษีเพิ่ม แต่ก็ยังอาจมีราคาต่ำกว่าสินค้าไทยดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงต้องสร้างจุดแข็งด้านมาตรฐาน ความยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การแสดงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนมาตรฐาน Fair Trade ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคและสหภาพยุโรปให้ความสำคัญมากขึ้น

หวั่นสินค้าทะลักตลาดไทย-อาเซียน

ดร.อัทธ์ กล่าวว่า เมื่อจีนส่งสินค้าเข้าสู่ยุโรปได้ยากขึ้น สินค้าจำนวนมากจะหันเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนของด่านศุลกากร หน่วยงานด้านมาตรฐานสินค้า หน่วยงานภาษี และหน่วยงานด้านอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและสินค้าราคาต่ำผิดปกติเข้ามากระทบผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs 

หากปล่อยให้สินค้าราคาถูกทะลักเข้ามาโดยไม่มีมาตรการรองรับ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ประกอบการไทย และอาจทำให้ธุรกิจ SMEs จำนวนมากไม่สามารถแข่งขันได้

“ปัจจุบันไทยกำลังถูกการตรวจสอบของสหรัฐ ภายใต้มาตรา 301 เรื่องการใช้ประเทศเป็นทางผ่านของสินค้าจีน หากยุโรปใช้แนวทางเดียวกัน ก็มีความเป็นไปได้ที่ไทยจะถูกตรวจสอบการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน ซึ่งไทยต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกมองว่าเป็นประเทศทางผ่านของสินค้าจีน เพราะนอกจากจะกระทบการส่งออกแล้ว ยังอาจทำให้การเจรจา FTA กับสหภาพยุโรปล่าช้าหรือประสบอุปสรรคได้” ดร.อัทธ์ กล่าว