วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม’ นำโด่งรับเม็ดเงินสแกน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้สิทธิซื้อสินค้า และบริการเมื่อวันที่ 1-30 มิ.ย.2569 โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) มียอดใช้จ่ายสะสมรวม 43,218 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายเอง 18,407 ล้านบาท และเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 24,812 ล้านบาท

ด้านการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการ พบว่า หมวด ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม มียอดใช้จ่ายสูงสุด 21,760 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดในโครงการ สะท้อนว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ธุรกิจอาหารเป็นหลัก

หมวดที่มียอดใช้จ่ายรองลงมา ได้แก่ ร้านค้าทั่วไป และอื่นๆ มูลค่า 10,088 ล้านบาท คิดเป็น 23% และ ร้านธงฟ้า 10,052 ล้านบาท คิดเป็น 23% เช่นกัน ส่วน ฟู้ดเดลิเวอรี มียอดใช้จ่ายสะสม 998 ล้านบาท หรือ 2% ขณะที่ กิจการขนส่งมวลชนสาธารณะ มียอดใช้จ่าย 169 ล้านบาท ร้าน OTOP 147 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 4 ล้านบาท

สำหรับการใช้สิทธิผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งเริ่มเปิดให้ใช้สิทธิเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 มียอดใช้จ่ายสะสม 998.4 ล้านบาท โดย LINE MAN มียอดใช้จ่าย 523.4 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของตลาด ขณะที่ GrabFood มียอดใช้จ่าย 451.5 ล้านบาท คิดเป็น 45% ส่วน ShopeeFood มียอดใช้จ่าย 22.5 ล้านบาท คิดเป็น 2% และ Robinhood 1 ล้านบาท

ในเชิงพื้นที่ จังหวัดที่มีเม็ดเงินสะพัดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 7,501.9 ล้านบาท คิดเป็น 17% ของยอดใช้จ่ายรวม ชลบุรี 2,298.3 ล้านบาท คิดเป็น 5% และ สมุทรปราการ 1,846.7 ล้านบาท คิดเป็น 4% ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ ที่มีจำนวนร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุด 175,546 ราย หรือ 15% 

ด้านการตอบรับของประชาชน ตั้งแต่เปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 26,040,623 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 14.6 ล้านราย หรือ 56% และผู้ชาย 11.5 ล้านราย หรือ 44%

ส่วนฝั่งผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้ว 1,171,850 ราย และมีร้านค้าที่มีการใช้งานจริง หรือร้านค้าที่เปิดรับสิทธิแล้ว 1,035,299 ราย คิดเป็น 88% ของร้านค้าที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์