วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ครม. ไฟเขียว ต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง เหลือ 0.01% อีก 1 ปี กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ลดภาระคนซื้อบ้าน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ครม. เคาะมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย หนุนเพิ่มดีมานท์ อสังหาริมทรัพย์ดัน GDP โต 

KEY POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ออกไปอีก 1 ปี
  • ลดค่าธรรมเนียมการโอนจากปกติ 2% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือเพียง 0.01% โดยมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
  • มาตรการนี้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยทั้งมือหนึ่ง และมือสอง ที่มีราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัย ส่งเสริมการซื้อขาย และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์

วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2569  ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือร้อยละ 0.01 เพื่อส่งเสริมการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือหนึ่ง และมือสอง บรรเทาภาระประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน นี้

โดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้ร่างประกาศที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในครั้งนี้ด้วย โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึง  30 มิถุนายน 2570  ได้แก่ 
1) ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน  กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์  หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์  ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด  


2)ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง  การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด  กรณีห้องชุดตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด 


นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการลดค่าธรรมเนียมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2569  มีสาระสำคัญเช่นเดียวกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2568 (มติ ครม. 8 เม.ย.68)  ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน นี้ คือการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือร้อยละ 0.01   (จากปกติ ร้อยละ 2) และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์  เหลือร้อยละ 0.01  (จากปกติร้อยละ 1)  สำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ได้แก่  1) อาคารที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านแถวหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว  หรือ 2) ห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด ที่มีราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา  ไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน  ทั้งนี้ เพื่อช่วยสนับสนุน และบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง   ส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่ง และมือสอง   สร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ  รวมถึงช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ด้วย  

อย่างไรก็ตาม การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ และค่าจดธรรมเนียมการจำนองอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้ซื้อ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และผู้ขายที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยอาคารพาณิชย์ และห้องชุด  อาจจะทำให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สูญเสียรายได้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จึงมีมติมอบหมายให้สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบงบประมาณเพื่อชดเชยรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามความเหมาะสมเพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจตามปกติของ อปท. ด้วย

“กระทรวงการคลัง ประเมินว่า มาตรการนี้ จะมีส่วนช่วยให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่าราว 540,810 ล้านบาทต่อปี  เพิ่มการลงทุนได้ประมาณ 305,814.81 ล้านบาท และส่งผลให้ GDP เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 1.06 ต่อปีเมื่อเทียบกับกรณีไม่มีมาตรการ ทั้งยังเป็นการช่วยประคับประคองความเชื่อมั่น และสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ และผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง" โฆษกรัฐบาลระบุ

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์