วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กฟผ.โยนรัฐบาลเคาะค่าไฟฟ้าสาธารณะ ชี้ต้องนำส่งกำไรให้ 'คลัง'

กฟผ. แจงวาทกรรม “เสือนอนกิน” ย้ำบทบาทรัฐวิสาหกิจรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าประเทศ ต้องส่งกำไรเข้าคลัง โยนรัฐบาลเป็นผู้เคาะค่าไฟฟ้าสาธารณะ

KEY POINTS

  • กฟผ. ชี้แจงข้อกล่าวหา "เสือนอนกิน" ว่าการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนเป็นการทำตามนโยบายรัฐ ไม่มีการบวกกำไรเพิ่ม และมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ควบคุมผลตอบแทนอย่างเข้มงวด
  • กำไรของ กฟผ. จะถูกจัดสรรเพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินให้กระทรวงการคลัง ซึ่ง กฟผ. เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่นำส่งรายได้สูงสุด 5 อันดับแรก และอีกส่วนนำไปลงทุนพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศ
  • กรณีมีผลตอบแทนสูงกว่าที่ กกพ. กำหนด กฟผ. ต้องนำกำไรส่วนเกินส่งคืนรัฐ (Claw Back) เพื่อนำไปใช้บริหารค่าไฟฟ้า (ค่า Ft) และช่วยลดค่าไฟให้ประชาชน
  • รายได้ของ กฟผ. มาจากค่าซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของตนเองและค่าระบบส่ง ซึ่งเป็นอัตราเดิมตั้งแต่ปี 2558 และยังคงแบกรับภาระค่า Ft ค้างรับสะสมกว่า 35,928 ล้านบาท
  • กฟผ. ย้ำว่าไม่ได้มุ่งแสวงหากำไร และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มที่ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงกรณีข้อกล่าวหา กฟผ.เป็นเสือนอนกิน ผลิตไฟเองเพียง 29% แต่เป็นคนกลางรับซื้อไฟเอกชน 71% มาขายต่อและ กฟผ.ควรลดราคาให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อให้ต้นทุนค่าไฟของประชาชนลดลง

กฟผ.ชี้แจงว่าเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องผลิตและรับซื้อไฟฟ้าตามนโยบายและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยไม่มุ่งหากำไรจากการดำเนินงาน เพียงแค่ให้มีรายได้พอลงทุนและดำเนินกิจการโดยไม่เป็นภาระหนี้สาธารณะ

รวมทั้ง กกพ.ได้กำกับควบคุมผลตอบแทนการลงทุน (Return of Invested Capital : ROIC) ของ กฟผ.เคร่งครัด 

กฟผ.ไม่บวกกำไรค่าไฟฟ้าเพิ่ม

ทั้งนี้ องค์ประกอบค่าไฟฟ้าที่ กกพ.กำหนดให้รายได้ กฟผ.มีเพียงค่าซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า กฟผ.อัตรา 0.22 บาทต่อหน่วยขายปลีก และค่าระบบส่ง กฟผ.อัตรา 0.25 บาทต่อหน่วยขายปลีก ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าปี 2558

ส่วนค่าซื้อไฟฟ้าเอกชนและต่างประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของการรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดนั้น กฟผ.เป็นเพียงผู้รับซื้อไฟฟ้าตามราคาที่รัฐกำหนดและดำเนินการตามระเบียบการรับซื้อไฟฟ้า ไม่บวกกำไรเพิ่ม รวมทั้ง กฟผ.แบกรับภาระค่า Ft ค้างรับสะสม ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568 จำนวน 35,928 ล้านบาท

กฟผ.โยนรัฐบาลเคาะค่าไฟฟ้าสาธารณะ ชี้ต้องนำส่งกำไรให้ 'คลัง'

ส่วนกำไร กฟผ.ได้รับจัดสรรตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อใช้พัฒนาประเทศแบ่งเป็น 

1.นำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดินกว่า 10 ปีที่ผ่านมา กฟผ.ติดอันดับ 1 ใน 5 หน่วยงานนำส่งรายได้แผ่นดินมากที่สุด

2.นำไปลงทุนระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและส่งไฟฟ้าของประเทศเสริมความมั่นคงพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายรัฐบาล 

ส่วนกรณี กฟผ.มีผลตอบแทนการลงทุนสูงกว่าที่ กกพ.กำหนด โดย กฟผ.ต้องนำกำไรส่วนเกินส่งคืนรัฐ เรียกว่าเงินที่รวบรวมได้จากการกำกับฐานะการเงิน และเงินส่งคืนจากการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผน (Claw Back) โดย กกพ.มีมตินำเงินดังกล่าวมาใช้บริหารค่าไฟฟ้า (ค่า Ft) เพื่อปรับลดค่าไฟฟ้าประชาชน

กฟผ.โยนรัฐบาลเคาะค่าไฟฟ้าสาธารณะ

ส่วนค่าไฟฟ้าสาธารณะซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) นั้น ปัจจุบัน กกพ.ที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลค่าไฟฟ้า อยู่ระหว่างเร่งรัดการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (กฟน. และ กฟภ.) ติดตั้งมิเตอร์เพื่อวัดการใช้ไฟฟ้าให้ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม กฟผ.พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อทบทวนแนวทางการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาพการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน

“กฟผ.เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจจึงมิได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน โดยราคาค่าไฟฟ้าและกำไรของ กฟผ.ถูกกำกับโดย กกพ.ให้มีรายได้เพียงพอต่อการลงทุนและบริหารกิจการเท่านั้น และต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดินเพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่น"

ทั้งนี้ กฟผ.พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งประเทศ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเมื่อวันที 28 มิ.ย.2569 ถึงการจัดการไฟฟ้าสาธารณะ โดยมีแนวคิดที่จะทำให้เกิดผลเร็วที่สุด โดยเสนอประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเดือน ก.ค.2569 เพื่อแยกค่าไฟสาธารณะออกมา ซึ่งจะต้องมีการแยกบัญชีออกเพราะมีค่าไฟซ่อนอยู่ในไฟฐาน เมื่อดึงออกมาจะทำให้ค่าไฟลดลง และใช้กลไกของ กพช.กำหนดอัตราค่าไฟใหม่

ทั้งนี้หากถามว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบในที่สุดทั้ง 3 การไฟฟ้า ประกอบด้วย กฟผ., กฟน. และ กฟภ.ต้องมาดูการเสริมประสิทธิภาพ การจัดการต้นทุน เพื่อชดเชยในส่วนที่หายไป

รวมทั้งต้องหารือกระทรวงการคลัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะบริหารจัดการอย่างไรเพื่อดึงค่าไฟสาธารณะออกจากใบเสร็จค่าไฟประชาชน