กระทรวงการคลัง รายงานผลการจัดเก็บรายได้และฐานะการคลังของรัฐบาลในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569) พบว่ารัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิสูงกว่าประมาณการ โดยมียอดรวมทั้งสิ้น 1,779,182 ล้านบาท ในขณะที่ฝั่งรายจ่ายมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 2,809,636 ล้านบาท ซึ่งจากส่วนต่างดังกล่าวทำให้ รัฐบาลต้องดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 731,448 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะเงินคงคลังของประเทศ ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2569 อยู่ที่ 341,018 ล้านบาท
จากรายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พบว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าที่ประมาณการไว้ถึง 40,106 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.3% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่าขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.3%
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมจากกำไรสะสม ประกอบกับรัฐวิสาหกิจบางแห่งสามารถนำส่งเงินปันผลได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากผลประกอบการที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และการนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรเพื่อกู้เงินชดเชยการขาดดุล
แม้การจัดเก็บรายได้จะทำได้ดีกว่าเป้าหมาย แต่ในส่วนของการคืนภาษี ของกรมสรรพากร นั้นพบว่าเป็นรายการหักที่สูงกว่าประมาณการ 16,388 ล้านบาท หรือ 6.2% ทั้งนี้ เป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเสริมสร้างสภาพคล่องทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ 3 กรมจัดเก็บภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร สามารถนำส่งรายได้รวมกันสูงถึง 1,867,222 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.6% และทำยอดได้สูงกว่าที่ประมาณการไว้ 22,082 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.2% แบ่งออกเป็น
- กรมสรรพากร ยังคงเป็นหน่วยงานหลักที่ทำรายได้สูงสุด โดยสามารถจัดเก็บรายได้รวม 1,405,683 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมายตามประมาณการ 24,089 ล้านบาท หรือ 1.7%
ปัจจัยหลักที่ทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรเติบโตมาจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหลัก
- กรมสรรพสามิต สามารถจัดเก็บรายได้ 386,111 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวสูงถึง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าประมาณการ 3,765 ล้านบาท หรือ 1.0%
รายได้หลักของกรมสรรพสามิตที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น มีผลมาจากการจัดเก็บภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ภาษียาสูบ และภาษีสุรา
- กรมศุลกากร สามารถจัดเก็บรายได้ 75,428 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นการจัดเก็บที่ต่ำกว่าประมาณการ 5,772 ล้านบาท คิดเป็น 7.1%
ขณะที่รายได้นำส่งจากรัฐวิสาหกิจรวมอยู่ที่ 159,448 ล้านบาท ขยายตัวสูงกว่าปีก่อน 22.3% และทำยอดสูงกว่าประมาณการ 25,751 ล้านบาท หรือ 19.3%


