วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569

Login
Login

คลังตั้ง "กุลิศ สมบัติศิริ" นั่งประธานกลั่นกรองโครงการพลังงาน ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินฯ

คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. วิกฤติพลังงาน ปี 69 ประชุมครั้งที่ 3/2569 วางกรอบแนวคิดพิจารณาโครงการกลุ่มที่ 2 ใน 3 แผนงานหลัก ครอบคลุมลดพลังงานฟอสซิล หนุนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และพัฒนาทักษะแรงงานรองรับยุคพลังงานสะอาด พร้อมตั้ง "กุลิศ สมบัติศิริ" นั่งประธานคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้โปร่งใส คุ้มค่า และแก้วิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ โดยมีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานอนุกรรมการ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางธิดา พัทธธรรม รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน อดีตรองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 

รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีก 9 แห่ง ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำหนดกรอบแนวคิดสำหรับการพิจารณาแผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 2 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศ ออกเป็น 3 แผนงานหลัก ดังนนี้

1. มุ่งเน้นการลดการใช้พลังงานฟอสซิล การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต โดยโครงการที่จะได้รับการพิจารณาต้องช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศได้ทันที มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เอง (Self-Consumption) หรือในระดับชุมชน (Smart Grid/Microgrid) และสามารถตรวจวัดหรือพิสูจน์ผลปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างชัดเจน

2.ครอบคลุมโครงการปรับเปลี่ยนยานพาหนะจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือยานพาหนะพลังงานสะอาดอื่น ทั้งของภาครัฐ ภาคสาธารณะ และภาคประชาชน รวมถึงการลงทุนหรือสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร โดยต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่รองรับการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด 

3.เป็นหลักสูตรหรือแนวทางการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ให้แก่ประชาชน แรงงาน หรือผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ยุคพลังงานสะอาด

ทั้งนี้ การกำหนดกรอบแนวคิดทั้ง 3 แผนงานดังกล่าวมีเป้าหมายให้การใช้จ่ายเงินกู้เกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยยึดหลักความจำเป็น ความพร้อม ความคุ้มค่า และผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ