วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569

Login
Login

พาณิชย์ เจาะลึกเศรษฐกิจเมืองชิงต่าว จีน "ฮับทะเลโลก" โอกาสทอง 3 ธุรกิจไทย

เว็ปไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ เมืองชิงต่าว  ประเทศจีน รายงานว่า  เมืองชิงต่าว เดินหน้ายุทธศาสตร์ระดับชาติ มุ่งสู่การเป็น “เมืองศูนย์กลางทางทะเลระดับโลก”ภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ได้ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และฐานอุตสาหกรรมดั้งเดิมอันแข็งแกร่ง 

ทั้งนี้ ในปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน เศรษฐกิจทางทะเล (Blue Economy) ของชิงต่าวได้เปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง จาก”การขยายตัวเชิงปริมาณ” สู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ และการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมทะเลเชิงลึก (Deep-Blue Industry) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

โดยในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา "ชิงต่าว"ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาเพียงท่าเรือและการประมง ไปสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการจัดสรรทรัพยากรระดับโลก โดยเป็นเมืองแรกในจีนที่วางโครงสร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่ในรูปแบบ “4+4+2” ประกอบด้วย

4 อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีความได้เปรียบ (Traditional Advantages) ยกระดับการประมงทางทะเล การขนส่งผ่านท่าเรือ การท่องเที่ยวชายฝั่ง และเคมีภัณฑ์ทางทะเล

4 อุตสาหกรรมเกิดใหม่ (Emerging Industries) อุปกรณ์วิศวกรรมทางทะเลระดับไฮเอนด์ ยาและผลิตภัณฑ์ชีวภาพทางทะเล การแยกและใช้ประโยชน์จากน้ำทะเล และพลังงานหมุนเวียนทางทะเล

2 อุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries)วางรากฐานการขุดเจาะทะเลลึก และระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทางทะเล

เศรษฐกิจทางทะเลของเมืองชิงต่าวมีอัตราการเติบโตและขนาดตลาดที่นำหน้าเมืองชายฝั่งหลักส่วนใหญ่ในจีน โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมทางทะเล (Gross Marine Product) ของชิงต่าว ทะลุ 600,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2.88 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 30% ของ GDP เมืองชิงต่าว และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองเกือบ 50% คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 มูลค่าจะทะยานทะลุ 800,000 ล้านหยวน (ประมาณ 3.84 ล้านล้านบาท)

ปัจจุบันโครงสร้างทางเศรษฐกิจทางทะเลถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ทำให้เกิดการเชื่อมโยงพื้นที่อ่าวอย่างเป็นระบบ ได้แก่  Qingdao Oceantec Valley(นวัตกรรมและเทคโนโลยี) มีการวิจัยร่วมกับสถาบันระดับชาติ  

เขตพัฒนาเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก The West Coast New Area (อุตสาหกรรมท่าเรือ) มุ่งเน้นอุตสาหกรรมหนักและการขนส่งผ่านท่าเรือหลัก Qianwan และ Dongjiakou เพื่อผลักดันโครงการปิโตรเคมีและการกลั่นน้ำมันของชาติ

  เขต Laoshan (เทคโนโลยีสารสนเทศทางทะเล) โดยมีเขตพื้นที่รอบนอก อาทิ Jimo, Chengyang และ Jiaozhou ทำหน้าที่เชื่อมโยงและขยายห่วงโซ่เศรษฐกิจให้ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค

 

นอกจากนี้ ชิงต่าวยังเป็นแกนนำบูรณาการ “กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงระดับชาติ” กับเมืองเยียนไถและเวยไห่ ซึ่งเป็นเมืองรองติดทะเลใกล้เคียง ซึ่งประกอบด้วยองค์กรห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำถึงปลายน้ำกว่า 100 แห่ง โดยมีอัตราการผลิตชิ้นส่วนในท้องถิ่น (Local Content Rate) สำหรับเรือสูงเกินกว่า 40%

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ให้ความเห็นว่า  แนวโน้มการเติบโตอย่างมั่นคงและความพร้อมของระบบนิเวศเศรษฐกิจทางทะเลของเมืองชิงต่าว ถือเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจไทยในการสร้างความร่วมมือและการลงทุนระยะยาวใน 3 สาขาหลัก 

อุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเลขั้นสูง ผสานรวมจุดแข็งด้านวัตถุดิบและทรัพยากรประมงที่หลากหลายของไทย เข้ากับเทคโนโลยีการแปรรูปที่ทันสมัยและระบบโลจิสติกส์ห้องเย็นของชิงต่าว เพื่อยกระดับมูลค่าสินค้าและขยายส่วนแบ่งในตลาดจีน

โลจิสติกส์เชื่อมโยงจีนเหนือ ใช้ประโยชน์จากท่าเรืออัตโนมัติชิงต่าวในฐานะศูนย์กลางกระจายสินค้า (Logistics Hub) ประจำภูมิภาคทะเลป๋อไห่ เพื่อเป็นเส้นทางหลักในการส่งสินค้าเกษตรและอาหารทะเลของไทยเข้าสู่ตลาดจีนตอนเหนือ

ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวทางทะเลเชิงบูรณาการ พัฒนาเส้นทางและความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวชายฝั่งเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพ  เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากจีน รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนและแพลตฟอร์มการค้าเสรีของชิงต่าวในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืน