วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

คลังชูยุทธศาสตร์ "5T" รับมือเศรษฐกิจโลก ปลุกเอกชนเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ Net Zero

นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง บรรยายพิเศษในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย ภายใต้ความท้าทายเศรษฐกิจโลก" ภายในงานสัมมนา "Road to Net Zero 2026 Energy Transition: เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ" จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่าการทำธุรกิจให้มีกำไรและการเติบโตไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่สามารถเติบโตควบคู่กันไปได้ ภายใต้กติกาการค้าโลกใหม่ที่ผูกติดกับเงื่อนไขด้านคาร์บอน หากภาคธุรกิจไทยไม่ปรับตัว มาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) จะทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น 

"ภัยคุกคามต่อความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ คือ กติกาการค้าของโลกทุกวันนี้ที่ถูกนำไปผูกกับคาร์บอน หากประเทศไทยไม่เข้าใจ ภาคธุรกิจไม่มีไอเดีย วันหนึ่งที่มาตรการ CBAM เกิดขึ้น สุดท้ายผลกระทบก็จะมาเกิดกับเรา"

นายอาร์ชวัส กล่าวว่า วันนี้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Data Center ต่างตั้งคำถามถึงความพร้อมด้านพลังงานสะอาดเป็นอันดับแรก หากประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพด้านพลังงานสะอาดรองรับ เม็ดเงินลงทุนมหาศาลก็จะไหลไปยังประเทศอื่น

ดังนั้น การลงทุนในเรื่องของความยั่งยืนไม่อยากให้มองว่ามันเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการสะสมความสามารถในการแข่งขันที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุน พนักงานที่มีความสามารถ และพันธมิตรทางธุรกิจ

โดยรัฐบาลได้วางวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ "5T" เพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมไทย ประกอบไปด้วย

T แรกคือ Target หรือนโยบายพุ่งเป้า เป็นการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่แม่นยำโดยอาศัยฐานข้อมูล (Data Lake) ขนาดใหญ่เพื่อจัดสรรความช่วยเหลือไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

T ที่สองคือ Transition หรือการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เป็นการพลิกโฉมระบบพลังงานตามแผน PDP 2569 โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ถึง 51% ภายในปี 2580 ผ่านการเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) การผลักดันสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery)

T ที่สามคือ Transformation หรือการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม เป็นการใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย จากการเป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยีสู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีสีเขียว โดยรัฐบาลนำกลไก "Fast Pass" มาบูรณาการหน่วยงานราชการกว่า 8 แห่ง เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางราชการให้การลงทุนเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น

T ที่สี่คือ Transparent หรือความโปร่งใส เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการข้อมูลภาครัฐ และการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้างความโปร่งใส ซึ่งถือเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้สถาบัน IMD ปรับเพิ่มอันดับความสามารถด้านความโปร่งใสของไทยจากอันดับ 30 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26

และ T สุดท้ายคือ Together หรือการร่วมมือเป็นทีมไทยแลนด์ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐในฐานะ "กองหลัง" ที่คอยสนับสนุนด้านกฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐาน กับภาคเอกชนในฐานะ "กองหน้า" ในการแข่งขันระดับโลก โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกความร่วมมือรัฐ-เอกชน (PPP) และกองทุน Thailand Future Fund

คลังชูยุทธศาสตร์ "5T" รับมือเศรษฐกิจโลก ปลุกเอกชนเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ Net Zero

"รัฐบาลเปรียบเสมือน 'กองหลัง' ที่มีหน้าที่สนับสนุนด้านกฎหมาย และนโยบายการคลัง (Fiscal Policy) ให้มั่นคง ขณะที่ภาคเอกชนคือ 'กองหน้า' ที่ต้องวิ่งออกไปแข่งขันระดับโลก ทั้งสองต้องร่วมมือกันเป็น 'ทีมไทยแลนด์' โดยไม่มีตัวสำรอง ทุกคนคือ ตัวจริงที่ต้องลงสนามด้วยกัน"

นายอาร์ชวัส กล่าวว่า การลงทุนในด้านความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ควรถูกมองว่าเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ให้มองว่าเป็นการสะสมความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยดึงดูดทั้งนักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และบุคลากรที่มีความสามารถ เพื่อให้องค์กร และเศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์