วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

ทอท.ตั้งเป้าปีหน้า ผู้โดยสาร - รายได้โต 2% กางแผนลงทุน 3 แสนล้าน

ทอท.ยอมรับปีนี้พลาดเป้าผู้โดยสาร คาดทรงตัว 126 ล้านคนเท่าปีก่อน เหตุความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ กระทบต้นทุนเชื้อเพลิงอากาศยานพุ่ง ขณะที่ปี 2570 คาดการณ์ผู้โดยสารและรายได้โต 2% กางแผนลงทุน 3 แสนล้าน ดันขีดความสามารถท่าอากาศยานรองรับ 160 ล้านคนภายในปี 2577

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยในโอกาสครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี ทอท. โดยระบุว่า วันที่ 1 ก.ค.นี้ ทอท.จะครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี ซึ่งมีแผนผลักดันเป้าหมายพัฒนาท่าอากาศยานไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก พัฒนาบริการและขีดความสามารถเพื่อรองรับผู้โดยสารสูงสุด 160 ล้านคน ภายในปี 2577 โดยแผนงานในปีหน้า ปีงบประมาณ 2570 (ต.ค. 2569 - พ.ค.2570) ตั้งเป้าจะมีรายได้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าแตะระดับ 128.5 - 129 ล้านคน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 2% จากตัวเลข 126 ล้านคนในปีงบประมาณ 2569

สำหรับภาพรวมธุรกิจในปีงบประมาณ 2569 ประเมินผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัจจัยด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุน 40% ของสายการบิน ทำให้ราคาบัตรโดยสารปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาพรวมการเดินทางของผู้โดยสารในปีนี้ทรงตัว และคาดว่าจะเติบโตในระดับ 0% จากปีก่อนที่มีปริมาณผู้โดยสารรวม 126 ล้านคน โดยปริมาณการเดินทางในรอบ 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 - พ.ค.2569) ท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท. มีเที่ยวบินรวม 552,119 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีผู้โดยสารรวม 90.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น  2.76% 

ทอท.ตั้งเป้าปีหน้า ผู้โดยสาร - รายได้โต 2% กางแผนลงทุน 3 แสนล้าน

“ปัจจุบัน 8 เดือน ทอท.มีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 90.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายวางไว้เมื่อต้นปีที่คาดการณ์ปีนี้จะเติบโต 6% และต่ำกว่าเป้าหมายที่ ทอท.ได้ปรับใหม่ล่าสุดว่าจะเติบโตประมาณ 2% เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลจำนวนผู้โดยสารและเชื้อเพลิงอากาศยานสูงขึ้น ทำให้ ทอท. ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ผู้โดยสารทุกเดือน และล่าสุดคาดเติบโตไม่ถึง 1% อยู่ในระดับเติบโต 0%”

นางสาวปวีณา กล่าวด้วยว่า แม้ว่าสถานการณ์การเดินทางในช่วงนี้ยังไม่เติบโตตามคาด แต่หน่วยงานด้านการบินหลายแห่งยังคงคาดการณ์ว่าไทยยังเป็นเป้าหมายที่จะมีความต้องการเดินทางทางอากาศสูงเป็นลำดับต้นๆ ด้วยการเติบโตของภูมิภาคเอเชียแฟซิฟิก ส่งผลทำให้ ทอท. ยังคงเร่งรัดเดินหน้าการลงทุนขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ทอท. โดยประมาณการณ์แผนลงทุนทั้งหมดราว 3 แสนล้านบาท แบ่งระยะการลงทุนรวม 10 - 20 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าในช่วง 5 ปีแรกของการลงทุน จะใช้วงเงินลงทุนรวมประมาณ 8 หมื่นล้านบาท 

ทั้งนี้ ทอท.ยืนยันว่ามีความพร้อมด้านเงินลงทุน โดยในช่วงแรก 5 ปีแรกจะยังไม่มีการกู้เงิน เนื่องจากประเมินแล้วกระแสเงินสดยังมีเพียงพอต่อการลงทุน อีกทั้งการปรับขึ้นอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) ยังทำให้ ทอท.สามารถบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และนำเงินมาลงทุนในอนาคต เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสร้างหนี้สาธารณะหรืองบประมาณจากรัฐบาล โดยเงินรายได้จาก PSC ส่วนใหญ่จัดเก็บจากผู้โดยสารต่างชาติ ดังนั้น การปรับขึ้นค่าบริการส่วนนี้ ทำให้ ทอท.สามารถนำเงินจากต่างชาติเพื่อเข้ามาลงทุนเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศไทย 

สำหรับแผนลงทุนเพิ่มขีดความสามารถของ 6 ท่าอากาศยาน ทอท. มีโครงการลงทุน อาทิ การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร ด้านทิศตะวันออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคน ผ่านการขยายอาคารขนาด 81,000 ตารางเมตร รวมไปทั้งจะนำเอาเทคโนโลยีเข้าไปให้บริการ ทำให้การรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารให้มากขึ้นอีก โดยสถานะปัจจุบันของโครงการนี้อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดเริ่มก่อสร้างในปี 2570 - 2574

นอกจากนี้ ทอท.ยังศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) ก่อสร้างอาคารด้านทิศใต้ ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสารอีก 750,000 ตารางเมตร แบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระหว่างปี 2570 - 2572  เป็นช่วงการเตรียมความพร้อมของงานสาธารณูปโภค พื้นที่ชั้นล่างและออกแบบอาคาร ระยะที่ 1 ระหว่างปี 2572 - 2578 จะเริ่มพัฒนาอาคาร เพื่อเพิ่มการรองรับผู้โดยสาร 15 ล้านคน ระยะที่ 2 ระหว่างปี 2572 - 2582 จะเริ่มก่อสร้างพร้อมระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถอีก 15 ล้านคน รวมเมื่อโครงการส่วนนี้แล้วเสร็จ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะรองรับได้ 100 ล้านคน 

อย่างไรก็ดี ในช่วงของการพัฒนาอาคารด้านทิศใต้ ทอท.จะทยอยปิดปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลัก ซึ่งคาดว่าจะลดการรองรับผู้โดยสารไปประมาณ 10 - 15 ล้านคน โดย ทอท.ประเมินว่าในช่วงปี 2572 - 2578 จะมีผู้โดยสารสูงสุดอยู่ในระดับ 85 ล้านคนต่อปี ทำให้ขีดความสามารถการรองรับของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงพอต่อการใช้งาน และยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง โดยประเมินว่าจะสามารถรับผู้โดยสารเพียงพอในระยะ 4 ปีที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลัก และหลังจากนั้นหากผู้โดยสารขยับขึ้นไปแตะระดับ 100 ล้านคน ทอท.จึงจะเริ่มดำเนินการพัฒนาแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 3 ซึ่งส่วนนี้จะรวมถึงการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ที่ 4 

นางสาวปวีณา กล่าวด้วยว่า แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) ปัจจุบัน ทอท.ศึกษาเสร็จแล้ว โดยได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาก่อนเสนอ ครม. แล้ว ซึ่งตามแผนได้รวมงานก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 2 (แซทเทิลไลท์) กับอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ไว้ด้วยกัน รวมไปถึงจะมีการลงทุนนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการทั้งส่วนของผู้โดยสารและสายการบิน ซึ่งการปรับแผนนี้ทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีพื้นที่พัฒนาไม่เพียงรองรับผู้โดยสารแต่ละรวมไปถึงศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) และคาร์โก้ เพื่อทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลกที่ครบวงจร

นอกจากนี้ ทอท.ยังเดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 และอาคาร 2 ให้ทันสมัย พร้อมปรับปรุงระบบการจราจรภายในสนามบินให้คล่องตัวมากขึ้น และเชื่อมต่อระบบขนส่งทางราง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577 ดันขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 40 ล้านคน ทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ฮับการบินในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้สุงสุดถึง 140 ล้านคน และหากรวมท่าอากาศยานในภูมิภาค จะทำให้ ทอท.สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 160 ล้านคนตามเป้าหมาย