วันนี้ (25 มิ.ย.69) นายสัทธา วนลาภพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ซิตี้ ระยอง จำกัด กล่าวในงาน "WINNING IN TRADE UNDER THE NEW WORLD ORDER: การค้าที่ต้องชนะ ในกติกาโลกใหม่" จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ (DFT) ร่วมกับ เนชั่น กรุ๊ป ว่าปัจจุบันโอกาส และการเติบโตของอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชี้ให้เห็นว่าท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โลกกำลังเข้าสู่รอบการลงทุนใหม่ที่มีมูลค่ามหาศาล โดยมูลค่าการลงทุนทั่วโลกจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1,600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ 1,400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือว่าสูงกว่าระดับปกติ
ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความพร้อมสูง โดยได้รับสัดส่วนการลงทุนประมาณ 230 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15% ของการลงทุนโลก แม้ปัจจุบันสิงคโปร์จะครองสัดส่วนไปกว่าครึ่ง และตามด้วยอินโดนีเซียรวมถึงเวียดนาม แต่สำหรับประเทศไทยที่มีมูลค่าการลงทุนในปัจจุบันอยู่ที่ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น กำลังจะมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด (Non-organic growth) ภายในช่วงปี 2030 ซึ่งเป็นเวฟการลงทุนใหม่ที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ทัน
นายสัทธาชี้ด้วยว่าโครงสร้างการลงทุนกำลังเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อน และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เช่น การลงทุนใน Data Center และ Semiconductor ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างไปจากเดิม มีการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) และห้องควบคุมสภาพแวดล้อมพิเศษ (Clean Room) มากขึ้น
“ในมุมมองของผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับ “เพื่อนใหม่" หรือกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น”
นอกจากนี้ มาตรฐานด้านสังคม และสิ่งแวดล้อมก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยในเรื่องของ ESG จะกลายเป็นกติกาใหม่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งในด้านการค้า และการลงทุน
“การจัดการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ทั้ง Scope 1, 2 และ 3 จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการค้าระดับโลก ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมต้องมีความละเอียด และดีพอที่จะผ่านการตรวจสอบจากภายนอกได้ เพราะในอนาคตผู้ซื้อจะใช้เกณฑ์นี้เป็นกติกาในการตัดสินใจเลือกคู่ค้าในการทำธุรกิจ" นายสัทธา กล่าว
นายสัทธา ยังเสนอแนวคิดการบริหารธุรกิจในปัจจุบันว่าเปรียบเทียบได้กับการดูแลร่างกาย โดยต้องมีการ ตรวจสุขภาพธุรกิจผ่านการบูรณาการข้อมูล (Data) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้องค์กรเห็นภาพลักษณ์ทางกายภาพ และข้อจำกัดของตนเองอย่างชัดเจน ก่อนจะนำไปสู่การวางแผน และจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
ทั้งนี้ปัจจุบัน อมตะฯ มีพื้นที่โครงการครอบคลุมทั้งในไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว รวมกว่า 150 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 93,000 ไร่ รองรับการสร้างงานกว่า 300,000 ตำแหน่ง และมีฐานลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมร่วม 1,500 โรงงาน ซึ่งพร้อมจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของภูมิภาคต่อไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


