นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อ "พลังงานสะอาดกับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย" ภายในงาน "Road to Net Zero 2026 Energy Transition: เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ" จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30-40 ปี ตั้งแต่อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ยานยนต์ จนถึงยานยนต์ไฟฟ้า
ล่าสุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คืออุตสาหกรรม Data Center โดยปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุนได้แก่ ทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ความโดดเด่นด้านการเชื่อมโยง ระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบคลัสเตอร์ นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจ รวมถึงแรงงานไทยที่มีทักษะและพัฒนาศักยภาพได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ในอนาคตคือ "พลังงานสะอาด" ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่แค่ทางเลือกทางธุรกิจอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยชี้ขาดว่าประเทศใดจะสามารถคว้าโอกาสในอนาคตได้ เนื่องจากทิศทางของโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ CBAM การตั้งเป้าหมาย Net Zero
โดยแบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple และ Uniqlo ได้ประกาศเงื่อนไขชัดเจนว่าหากผู้ผลิตหรือคู่ค้าไม่สามารถใช้พลังงานสะอาดในการผลิตได้ก็จะถูกตัดออกจากห่วงโซ่อุปทาน (Global Value Chain) ทันที
สำหรับอุปสรรคสำคัญของไทยในขณะนี้คือข้อจำกัดด้านกฎระเบียบที่ทำให้ภาคธุรกิจไม่สามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างเต็มศักยภาพ แม้ไทยจะมีเทคโนโลยีรองรับ แต่ยังขาดการนำระบบ Smart Grid มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ต้องปิดระบบในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เนื่องจากไม่สามารถส่งกระแสไฟฟ้าที่เหลือใช้กลับเข้าสู่ระบบได้ ทำให้สูญเสียโอกาสในการใช้พลังงานสะอาดอย่างน่าเสียดาย
นอกจากนี้ ทางเลือกด้านพลังงานสะอาดที่ไทยเสนอให้ภาคอุตสาหกรรมยังมีข้อจำกัดหลายประการ อาทิ โครงการ UGT1 ที่อาจไม่ตอบโจทย์กลุ่ม Data Center โครงการ UGT2 ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ขณะที่การผลิตไฟฟ้าใช้เองบนหลังคาโรงงานก็มีพื้นที่ไม่เพียงพอ ส่วนการเปิดนำร่องรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Direct PPA จำนวน 2,000 เมกะวัตต์ ก็ยังจำกัดสิทธิ์เฉพาะกลุ่ม Data Center เท่านั้น ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเร่งขยายผลโดยเร็ว เพราะประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามได้เดินหน้าเรื่อง Direct PPA ไปล่วงหน้าแล้ว
นายอัครินทร์ กล่าวว่า ภาครัฐต้องเร่งปลดล็อกกฎระเบียบด้านพลังงานในระยะสั้นอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาดสามารถทำได้รวดเร็วขึ้น พร้อมเปิดการเข้าถึงระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับบุคคลที่สาม (Third Party Access) และสนับสนุนการทำโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) เพื่อให้เกิดระบบการซื้อขายพลังงานที่เสรีและมีประสิทธิภาพ
ส่วนในระยะยาว 10 ปีข้างหน้า หากมีการพิจารณานำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มาใช้ จำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับภาคประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อสร้างการยอมรับ
"ในวันนี้พลังงานสะอาดคือสมรภูมิแห่งการแย่งชิงโอกาสและธุรกิจใหม่ๆ หากประเทศไทยไม่สามารถเร่งเกมและเตรียมความพร้อมในการจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อต้อนรับการลงทุนได้ทันท่วงที เราก็จะไม่สามารถเป็นผู้ชนะในเกมการแข่งขันนี้ได้เลย" นายอัครินทร์กล่าว


