วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

โอกาสทอง ไทยเจาะตลาดมาเลเซียเล็งส่งแพะปีละ 90,000 ตัว

เกษตรฯ หนุนบิ๊กดีลเอกชนไทย-มาเลเซีย ส่งออกแพะมีชีวิต 9 หมื่นตัว/ปี ป้อนตลาดบริโภคและพิธีกรรมศาสนา ยกระดับปศุสัตว์ไทย ปลอดโรค ได้มาตรฐานสากล พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน พิธีลงนามสัญญาส่งออกแพะไปยังประเทศมาเลเซีย ระหว่างบริษัท วิชัยฟาร์ม จำกัด (ประเทศไทย) และบริษัท TERNAKAN UTARA SDN.BHD (บริษัท เทอร์นาคัน อูทารา ประเทศมาเลเซีย)  ว่า พิธีลงนามสัญญาส่งออกแพะไปยังประเทศมาเลเซีย นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดส่งออกปศุสัตว์ของไทย โดยการส่งออกแพะจำนวนมากจะช่วยสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่า และยกระดับมาตรฐานการผลิตและการเลี้ยงแพะของไทยให้มีคุณภาพ ปลอดโรค และเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล

โอกาสทอง ไทยเจาะตลาดมาเลเซียเล็งส่งแพะปีละ 90,000 ตัว

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ดำเนินนโยบายภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งสนับสนุนการผลิต การบริหารจัดการ และการเปิดตลาดส่งออกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวงฯ ครอบคลุมรอบด้าน ประกอบด้วย

โอกาสทอง ไทยเจาะตลาดมาเลเซียเล็งส่งแพะปีละ 90,000 ตัว

1) สนับสนุนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ปลอดโรค และเพียงพอต่อความต้องการของตลาด 2) เปิดตลาดส่งออกแพะอย่างต่อเนื่อง และขยายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้า และ 3) ส่งเสริมการแปรรูปและพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรไทย ซึ่งการลงนามในครั้งนี้ เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างไทยและมาเลเซียสู่ความสำเร็จต่อไปในอนาคต” นายสมศักดิ์ กล่าว

 

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะถือเป็นปศุสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะผลักดันเพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่อาชีพของเกษตรกรไทย จากข้อมูลพบว่าประเทศมาเลเซียมีความต้องการนำเข้าแพะเพื่อการบริโภคและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็นจำนวนมาก และในการทำสัญญาซื้อขายครั้งนี้ มีการส่งออกแพะจำนวน 90,000 ตัวต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในการขยายตลาดส่งออก

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เตรียมความพร้อมและวางแผนส่งเสริมเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาพันธุ์ การจัดการฟาร์ม มาตรฐานด้านสุขอนามัย และการควบคุมโรคตามหลักเกณฑ์ของประเทศมาเลเซียอย่างเข้มงวด เพื่อให้แพะส่งออกของไทยมีคุณภาพ ปลอดโรค และเพียงพอต่อความต้องการของตลาด"

การลงนามดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนความร่วมมือทางการค้าในการลงนามสัญญาส่งออกแพะมีชีวิต ระหว่างภาคเอกชนไทย และภาคเอกชนมาเลเซีย รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานปศุสัตว์ไทย โดยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตและระบบการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน การกักกันสัตว์ และการตรวจโรคที่เคร่งครัดตามเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้า ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับรายได้ของเกษตรกร การเปิดตลาดส่งออกแพะไปยังมาเลเซียในครั้งนี้ จะเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคง และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป