นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อ "Smart Grid ทางออกและความยั่งยืนพลังงานไทย" ภายในงาน "Energy Transition: เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ" จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่าการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือ Smart Grid ถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญในการรองรับบริบทใหม่ด้านพลังงาน หากการเข้ามาของพลังงานทดแทนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ดังเช่นเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในประเทศสเปนและโปรตุเกสเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ไม่มีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่เวลา 12.30 น. ถึง 03.00 น. วันถัดไป
นายนพเดชอธิบายว่า Smart Grid ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การมองเห็นซึ่งหมายถึงความสามารถในการคาดการณ์พฤติกรรมการใช้พลังงานและสภาพอากาศ ความทนทานในการสร้างความมั่นคงและลดโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ ความยืดหยุ่นในการรองรับพลังงานหลากหลายรูปแบบทั้งฟอสซิล พลังงานทดแทน และแบตเตอรี่ รวมถึงความยั่งยืนในระยะยาว
โดยประเทศไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการส่งไฟฟ้าแบบทางเดียว (One-way) ไปสู่รูปแบบ Power Matrix ที่มีการบริหารจัดการทั้งในระดับชุมชน ท้องถิ่น และระดับประเทศ ผ่านตัวกลางอย่าง Grid Management Center
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบนิเวศดังกล่าวมีองค์ประกอบสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ การผสมผสานพลังงานฐานเข้ากับพลังงานทดแทน การสร้างไมโครกริด (Microgrid) ในพื้นที่ต่างๆ การมีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) การติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ การใช้ระบบสื่อสารความเร็วสูง 5G และการใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยพยากรณ์
"สิ่งเหล่านี้จะช่วยรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ตลอดจนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้ตามแผน"
ในมิติด้านเศรษฐกิจ นายนพเดชระบุว่าการพัฒนา Smart Grid ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล สนับสนุนการสร้างตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer ข้ามพื้นที่ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน และเปิดโอกาสให้เกิดโครงสร้างราคาแบบ Dynamic Pricing ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและสร้างความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวยังเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
โดยในช่วงที่ผ่านมา บี.กริม เพาเวอร์ได้พัฒนาสมาร์ทไมโครกริดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครอบคลุมพื้นที่ 216.76 ตารางกิโลเมตรใน 11 นิคมอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งสามารถรองรับพลังงานได้สูงถึง 3,000 เมกะวัตต์
นายนพเดช ได้ฝากข้อเสนอแนะถึงภาครัฐและผู้กำหนดนโยบาย 4 ประการ ได้แก่ การร่วมมือกันวางแผนระหว่างทุกภาคส่วน การเรียนรู้จากประสบการณ์ของต่างประเทศ การวางรากฐานโดยใช้ Smart Grid เป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารจัดการ และการวางแผนภาพรวมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับโครงข่ายให้เป็น Grid Modernization ที่สมบูรณ์แบบ การสนับสนุนระบบกักเก็บพลังงานให้เกิดขึ้นในเวลาและราคาที่เหมาะสม รวมถึงการสนับสนุนโมเดลธุรกิจใหม่ในรูปแบบ Load Aggregator เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด


