วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไทย-อาร์เจนตินา ฉายแวว “ดาวรุ่งดวงใหม่” ในห่วงโซ่อุปทานโลก

ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอาร์เจนตินา ฉายแวว “ดาวรุ่งดวงใหม่” ในห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะนักลงทุนมองหาโอกาสกระจายความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่างๆ รวมทั้งลดการพึ่งพาจีน

KEY POINTS

  • บทวิเคราะห์จากเวริสก์ เมเปิลครอฟต์ ชี้ว่าไทย และอาร์เจนตินาเป็นกลุ่มเศรษฐกิจดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูงในห่วงโซ่อุปทานโลก เนื่องจากบริษัทต่างๆ หันมาเน้นการกระจายความเสี่ยงเพื่อสร้างความยืดหยุ่น
  • ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI และมีความพร้อมในการเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
  • อาร์เจนตินามีปัจจัยหนุนจากข้อตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรป และสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในภาคพลังงาน แร่ธาตุ และสินค้าอุตสาหกรรม
  • การประเมินศักยภาพของประเทศต่างๆ พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเปิดกว้างของตลาด ความแข็งแกร่งของกฎระเบียบ และสิทธิแรงงาน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า บทวิเคราะห์แนวโน้มการค้าระดับโลกฉบับใหม่ระบุว่า ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอาร์เจนตินา เป็นหนึ่งในกลุ่มเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงแต่ยังคงถูกนำมาใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ซึ่งกำลังเตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain)

 

เวริสก์ เมเปิลครอฟต์ (Verisk Maplecroft) บริษัทข่าวกรองด้านความเสี่ยงซึ่งมีฐานอยู่ในสหราชอาณาจักร ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.69) ว่าประเทศเหล่านี้รวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลาตินอเมริกา มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ในขณะที่บริษัทต่างๆ ต่างมองข้ามเรื่องต้นทุน และประสิทธิภาพ เพื่อหันไปเน้นสร้างความยืดหยุ่น และมั่นคงแทน

  • 3 ปัจจัยหลักดึงนักลงทุนสู่ไทย ฟิลิปปินส์ อาร์เจนตินา

ทางบริษัทเตือนว่า 1 ใน 3 ของท่าเรือ และท่าอากาศยานที่พลุกพล่านที่สุดในโลก กำลังเสี่ยงต่อการหยุดชะงักจากความขัดแย้ง ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และภัยคุกคามต่อ

ความมั่นคงภายในประเทศ ในช่วงเวลาที่ความยืดหยุ่นทางการค้าถดถอยลงในกว่า 150 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของการค้าโลก รายงานจึงชี้ว่านี่คือโอกาสสำหรับเหล่า "ดาวรุ่งดวงใหม่"

การปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ได้สร้าง "อุปสรรคในระยะสั้น" ให้กับทั้งไทย และฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของบริษัท Verisk Maplecroft บ่งชี้ว่า นักลงทุนที่ "พร้อมจะมองการณ์ไกลในระยะยาว" จะพบว่าตลาดเหล่านี้เป็นตลาดที่คุ้มค่าแก่การให้ความสนใจ

โดยปัจจัยหลัก 3 ประการที่บริษัทใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ความเปิดกว้างของตลาด ความแข็งแกร่งของกฎระเบียบ และสิทธิแรงงาน ของแต่ละประเทศ

ไทย-อาร์เจนตินา ฉายแวว “ดาวรุ่งดวงใหม่” ในห่วงโซ่อุปทานโลก

 

  • ฟิลิปปินส์: ศักยภาพท่ามกลางความระส่ำระสายทางการเมือง

 

ศักยภาพด้านห่วงโซ่อุปทานของฟิลิปปินส์เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตในสัญญาโครงการบรรเทาอุทกภัยที่ลุกลาม จนนำไปสู่การออกหมายจับนักการเมืองหลายราย

 

เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการรับสินบนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างประเทศในฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ ขณะเดียวกัน วุฒิสภาก็ถูกกลืนกินด้วยความขัดแย้งภายในอันเนื่องมาจากรอยร้าวระหว่างประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์  และรองประธานาธิบดี ซารา ดูเตอร์เต  ซึ่งกำลังเผชิญกับกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม

 

"สิ่งต่างๆ ยังคงดำเนินอยู่เบื้องหลัง รวมถึงความพยายามในการดึงดูดการลงทุน และลดภาระผูกพันด้านกฎระเบียบสำหรับภาคธุรกิจ แม้ว่าผลลัพธ์ของความพยายามเหล่านี้จะยังไม่ปรากฏออกมาอย่างเต็มที่ก็ตาม" ลอรา ชวอร์ต นักวิเคราะห์อาวุโสด้านเอเชียของ Verisk Maplecroft กล่าว "บางครั้งความโกลาหลทางการเมืองก็ทำให้การกำหนดนโยบายหยุดชะงักไปโดยสิ้นเชิง แต่อีกมุมหนึ่งมันก็สามารถดำเนินควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายได้เช่นกัน"

 

เธอกล่าวเสริมว่า ด้วยกองกำลังแรงงานคนรุ่นใหม่ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ฟิลิปปินส์จึงมีศักยภาพสูงมากสำหรับธุรกิจบริการภาคอุตสาหกรรม และการจ้างงานภายนอก (Outsourcing) "หากคุณมั่นใจในระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของบริษัทคุณเอง ว่าจะสามารถตรวจสอบ และจัดการความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันได้ สิ่งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอุปสรรคที่ขวางกั้นอย่างเบ็ดเสร็จ" ชวอร์ต กล่าว

 

  • ประเทศไทย และอาร์เจนตินา: ปัจจัยหนุนที่ยอดเยี่ยม

 

ในส่วนของประเทศไทยรายงานระบุว่าความเสี่ยงต่างๆ ได้ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยกำลังได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI และประเทศไทย "อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรองรับการเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น" แม้ว่าไทยจะเผชิญกับภาวะสังคมผู้สูงอายุ และมีต้นทุนแรงงานที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคก็ตาม

 

"องค์ประกอบต่างๆ ถือว่าดีมากสำหรับอุตสาหกรรมจำนวนมากที่กำลังมองหาโอกาสในการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน" ชวอร์ต กล่าว

 

สำหรับอาร์เจนตินา ทั้งความตกลงทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรป และกลุ่มตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (EU-Mercosur) รวมถึงข้อตกลงกับสหรัฐ ในเรื่องการค้าและการลงทุนต่างตอบแทน อาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มแร่ธาตุที่สำคัญ พลังงาน และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

 

นอกจากนี้ ชิลี และอุรุกวัยก็มีชื่ออยู่ในรายชื่อระดับภูมิภาคเช่นกัน โดยอุรุกวัยเป็นประเทศที่มีรูปแบบการดำเนินงานที่ปรับตามความเสี่ยง (Risk-adjusted Operating Profile) ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค

 

"แม้ว่าลาตินอเมริกา จะยังคงตามหลังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะฐานการผลิตขนาดใหญ่ (Scaled Manufacturing Platform) แต่ความพยายามของชาติตะวันตกในการลดการพึ่งพาประเทศจีน กำลังส่งผลให้เกิดคู่แข่งรายใหม่ๆ ในห่วงโซ่อุปทาน" รายงานระบุ

 

รายงานยังระบุทิ้งท้ายถึงเวียดนาม มาเลเซีย เม็กซิโก และบราซิล ว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ไปแล้วจากการลดลงของการค้าระดับทวิภาคีระหว่างสหรัฐ และจีน ซึ่งทั้ง 4 ประเทศนี้ต่างมีข้อได้เปรียบในฐานะศูนย์กลางด้านซัปพลาย แต่จากข้อมูลของ Verisk Maplecroft พบว่า ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัทข้ามชาติในเขตอำนาจศาลเหล่านี้กลับกำลังเพิ่มสูงขึ้น

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์