วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ปลดล็อกมหากาพย์ 40 ปี เหมืองโปแตชอุดรฯ ผนึก 'ทุนจีน' อัดงบเพิ่ม 1.22 หมื่นล้าน

ลุ้นชง ครม.ปลดล็อกเหมืองโปแตชอุดรฯ ลงทุนเพิ่มกว่า 1.2 หมื่นล้าน กพร.ดันเพิ่มทุน 122 เท่า เปิดทางผลิตปุ๋ยไทยปี 2573 รัฐวิสาหกิจจีน SDIC หนุนเงินลงทุน เดินหน้าเหมืองใต้ดิน 268 ล้านตัน หลังรอคอยกว่า 40 ปี ตั้งเป้าสร้างรายได้รัฐ 7.7 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน 3,100 ล้านบาท

KEY POINTS

  • กพร.เตรียมเสนอ ครม.อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) จาก 100 ล้านบาท เป็น 12,240 ล้านบาท
  • โครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดอุดรธานี เป็นโครงการที่ถูกผลักดันมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2527 และเพิ่งได้รับประทานบัตรทำเหมืองเมื่อปี 2565
  • การเพิ่มทุนครั้งนี้มีความสำคัญเพื่อรองรับแผนการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 40,000 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างเหมืองใต้ดิน โรงงานแปรรูปแร่ และระบบสาธารณูปโภค
  • การเสนอเรื่องเข้า ครม. เคยล่าช้ามาแล้วหลายครั้งเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ทำให้ต้องกลับมาเสนอใหม่อีกครั้ง
  • หาก ครม. เห็นชอบการเพิ่มทุน จะเป็นการปลดล็อกให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีรัฐวิสาหกิจจีน (SDIC) เป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุน
  • หากทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผน คาดว่าโครงการจะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงต้นปี 2573 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบปุ๋ยของประเทศ

ประเทศไทยกำลังจะได้เห็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของโครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดอุดรธานี ซึ่งถูกผลักดันมาตั้งแต่ปี 2527 และถือเป็นหนึ่งในโครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ (กพร.) เร่งเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) 

ทั้งนี้ พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ เพื่อเปิดทางให้บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 12,240 ล้านบาท รองรับแผนลงทุนขนาดใหญ่กว่า 40,000 ล้านบาท และเตรียมเดินหน้าโครงการเต็มรูปแบบ

กพร.จ่อชง ครม. เพิ่มทุน 12,240 ล้าน

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท APPC สำหรับการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 12,240 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเคยมีการเสนอเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้ต้องนำเรื่องกลับมาพิจารณา และเสนอใหม่อีกครั้งตามขั้นตอน

การเพิ่มทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้บริษัทสามารถเดินหน้าการพัฒนาโครงการได้อย่างเต็มรูปแบบ รองรับเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าทุนจดทะเบียนหลายเท่าตัว เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากสำหรับการก่อสร้างเหมืองใต้ดิน โรงงานแปรรูปแร่ และระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง

มหากาพย์ “โพแทชอุดรฯ” ยาวนานกว่า 40 ปี

โครงการเหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2527 หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงอุตสาหกรรมลงนามในสัญญากับบริษัท APPC ซึ่งในขณะนั้นเป็นบริษัทสัญชาติแคนาดา เพื่อให้สิทธิสำรวจ และผลิตแร่โพแทชในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี

ต่อมาในปี 2543 บริษัทได้รับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่จำนวน 12 แปลง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 120,000 ไร่ และพบแหล่งแร่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ แหล่งอุดรเหนือ พื้นที่ประมาณ 52,000 ไร่ และแหล่งอุดรใต้ พื้นที่ประมาณ 26,000 ไร่

จากนั้นในปี 2547 บริษัทได้ยื่นขอประทานบัตร ครอบคลุมพื้นที่ 26,446 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปี 2554

ปี 2557 ได้รับความเห็นชอบรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

ปี 2558 มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม และปี 2559 จังหวัดอุดรธานีได้ส่งเรื่องมายัง กพร. เพื่อพิจารณา ก่อนจะมีการกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือลอดใต้ถุนในปี 2562

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อ กพร. ออกประทานบัตรทำเหมืองใต้ดินชนิดแร่โพแทช อายุ 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 22 กันยายน 2590

“SDIC” ทุนรัฐวิสาหกิจจีน หนุนลงทุนเต็มสูบ

ในปี 2568 โครงการได้รับแรงหนุนครั้งสำคัญจาก State Development and Investment Corporation (SDIC) รัฐวิสาหกิจด้านการลงทุนของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งการเข้ามาสนับสนุนครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพด้านเงินลงทุน และเพิ่มความพร้อมในการเดินหน้าโครงการในระยะต่อไป

“กพร.คาดว่า หากทุกขั้นตอนดำเนินไปตามแผน โครงการจะสามารถเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงต้นปี 2573 และจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบสำหรับการผลิตปุ๋ยของประเทศไทย”

เทียบความคืบหน้า 3 เหมืองโพแทชไทย

สำหรับโครงการเหมืองโพแทชในประเทศไทย ปัจจุบันมีอยู่ 3 แห่งหลัก ได้แก่

1. โครงการไทยคาลิ จังหวัดนครราชสีมา มีความก้าวหน้ามากที่สุด โดยการเจาะอุโมงค์เหมืองคืบหน้าแล้วประมาณ 60% และคาดเข้าถึงชั้นแร่แรกได้ภายในปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570

2. โครงการอุดรธานี หลังได้รับความชัดเจนเรื่องการเพิ่มทุน จะเข้าสู่ขั้นตอนของจัดหาผู้รับเหมา จัดเตรียมงานวิศวกรรม เจาะอุโมงค์ลงสู่ชั้นแร่ลึกประมาณ 320 เมตร ก่อสร้างโรงงานแปรรูปแร่ควบคู่กันไป

3. โครงการจังหวัดชัยภูมิ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการตามแผนที่กำหนด

ชูมาตรฐานเยอรมนี ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นายวรวุฒิ หิรัญไพศาลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารอาวุโส บริษัท APPC กล่าวว่า โครงการครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 26,000 ไร่ มีปริมาณสำรองแร่ประมาณ 268 ล้านตัน

การออกแบบโครงการใช้เทคโนโลยี และมาตรฐานจากประเทศเยอรมนี โดยใช้ระบบทำเหมืองใต้ดินแบบ “Room and Pillar” หรือการทำเหมืองแบบสลับเสาค้ำยัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของชั้นหิน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ผลการศึกษาทางวิศวกรรม ระบุว่า การทำเหมืองในระดับความลึกประมาณ 300 เมตร และการเว้นเสาค้ำยันในสัดส่วนที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงการทรุดตัวของผิวดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในปีที่ 5 ของการดำเนินงาน จะมีการนำหางแร่กลับไปอัดเติมใต้ดิน (Backfilling) เพื่อเสริมความมั่นคงของโครงสร้างเหมือง

กองทุนชุมชน 3,100 ล้าน รายได้รัฐ 7.7 หมื่นล้าน

ด้านมาตรการสิ่งแวดล้อม โครงการได้ติดตั้งระบบดักจับฝุ่นเกลือภายในโรงงาน พร้อมแนวกันชน และมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจาย โดยค่าฝุ่นอยู่ในระดับต่ำเพียง 34-57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ส่วนระบบน้ำจะมีการนำน้ำเกลือกลับมาใช้หมุนเวียนภายใน ไม่ปล่อยออกสู่ภายนอก ขณะที่บ่อกักเก็บทุกแห่งมีวัสดุป้องกันการรั่วซึม

โครงการยังจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชน 3 กองทุน วงเงินรวมประมาณ 3,100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

ขณะเดียวกัน คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากค่าภาคหลวง และรายได้เข้าสู่ภาครัฐตลอดอายุโครงการรวมกว่า 77,000 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินหน้าโครงการในระยะต่อไป

โครงการเหมืองแร่โพแทชจังหวัดอุดรธานี กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังใช้เวลากว่า 40 ปีในการผลักดัน หาก ครม. เห็นชอบการเพิ่มทุน และทุกขั้นตอนดำเนินไปตามแผน ประเทศไทยจะมีแหล่งวัตถุดิบปุ๋ยขนาดใหญ่แห่งใหม่ที่ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ยกระดับความมั่นคงทางอาหาร และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลในระยะยาว 

ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของโครงการจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างการยอมรับจากชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์