ความนิยมของคนไทยที่มีต่อ 'ไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น' ดันยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 'KTC-JCB' ครึ่งแรกปี 2569 โต 25% จากปีก่อน สอดรับพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้ถือบัตรเปลี่ยน หันมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ด้านผู้บริหาร KTC ตั้งเป้าออกบัตรใหม่อีก 100,000 ใบปีนีั้
นายธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความนิยมใน "ไลฟ์สไตล์" แบบญี่ปุ่นของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวชาวไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง จากการเป็นเพียงจุดหมายของการเดินทาง ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ “ชีวิตประจำวัน” ทั้งในด้านวัฒนธรรมการประทานอาหาร การช้อปปิ้ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
สิ่งนี้ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี อัลติเมท สำหรับสมาชิกที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ซึ่งมียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงถึง 60%
การศึกษารายละเอียดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของผู้ถือบัตรเคทีซี เจซีบี ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า "การใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น" ยังคงครองสัดส่วนสูงสุดถึง 60% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ข้อมูลสถิติยังสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นใช้บัตรเฉพาะเพื่อการชำระค่าโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน หันมาใช้จ่ายในร้านค้าขนาดเล็ก เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา และร้านค้าในสนามบิน รวมถึงการใช้จ่ายในร้านค้าปลีกชื่อดังอย่างทาเคยะ ดอนกิโฮเต้ และการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กลยุทธ์ในปี 2569 เคทีซีมุ่งเน้นการเชื่อมโยงประสบการณ์การใช้จ่ายภายใต้แนวคิด “ทั้งไทย ทั้งญี่ปุ่น ใช้คุ้มกว่าในใบเดียว” เพื่อกระตุ้นให้บัตรเคทีซี เจซีบี กลายเป็นบัตรหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ หมวดร้านอาหารถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เห็นได้จากจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารเพิ่มขึ้น 30% และมีความถี่ในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอบสนองแคมเปญการตลาดของเคทีซี ที่เน้นให้สิทธิประโยชน์เมื่อรับประทานอาหารในร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำทั้งในไทยและญี่ปุ่น
ปัจจุบันเคทีซีมีฐานผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี รวมประมาณ 400,000 ใบ โดยบริษัทได้ตั้งเป้าหมายการออกบัตรใหม่ไว้ที่ 100,000 ใบในปี 2569 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้จากการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก
เคทีซีเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ต่าง ๆ จะช่วยผลักดันให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตได้ดีเช่นเดียวกันกับช่วงครึ่งปีแรก จากการที่ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวมาเป็นการเที่ยวกับครอบครัวและทำกิจกรรมเฉพาะทางมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวในฤดูหนาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดการใช้จ่าย
นายฮาจิเมะ นาคาสุงิ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ JNTO สำนักงานกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ในปี 2568 มีผู้เดินทางสัญชาติไทยเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นจำนวนประมาณ 1.23 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
คิดเป็นกลุ่มที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวประมาณ 1.1 ล้านคน หรือ 95% ของทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเพียงประเทศเดียวในอาเซียนที่มีจำนวนผู้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นสูงกว่า 1 ล้านคนต่อปี
พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเดินทางด้วยตนเองและการเดินทางซ้ำเพิ่มมากขึ้น โดยในจำนวน 1.23 ล้านคน มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่วางแผนและจัดการ "เดินทางด้วยตนเอง" กว่า 80% และกลุ่มที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นมีสัดส่วนสูงถึง 70% ทำให้ไทยมี "อัตราการเดินทางไปญี่ปุ่นซ้ำ" เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน เป็นรองเพียงสิงคโปร์
นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ที่เดินทางซ้ำพบว่ามีจำนวน 25% ที่เคยเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นมาแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง ซึ่งความคุ้นเคยกับญี่ปุ่นนี้เองที่ทำให้นักท่องเที่ยวไทยแสวงหาประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและกระจายการเดินทางออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น โดยกว่า 40% ที่เลือกพักค้างคืนนอกเมืองหลักหรือในเมืองรอง
ระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวไทยเลือกจะพำนักในญี่ปุ่นมากที่สุดคือ 5 วัน แต่กลุ่มที่พำนักตั้งแต่ 6 วันขึ้นไปรวมแล้วก็เป็นสัดส่วนที่มากกว่าครึ่ง โดยนักท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มการทำกิจกรรมที่เฉพาะทางและเน้นประสบการณ์แบบลุย ๆ แทนการเดินชมทัศนียภาพเพียงอย่างเดียว เช่น การเล่นสกี สโนว์บอร์ด สโนว์โมบิล รวมถึงกิจกรรมวัฒนธรรมชาและมัทฉะ ตลอดจนการเข้าร่วมงานวิ่งมาราธอน
ช่วงเวลายอดนิยมในการเดินทางของนักท่องเที่ยวคือช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย และช่วงหน้าหนาวของญี่ปุ่นที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับหิมะ
โดยการที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นซ้ำอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเป็นผลมาจากฤดูกาลที่แตกต่างและความหลากหลายของการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค อีกทั้งการแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ยังทำให้เกิดการบอกต่อเป็นวงกว้าง


