วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

บริหาร ‘เศรษฐกิจมหภาค’ แบบ ‘ทีมฟุตบอล’ ‘เอกนิติ’ ผนึกรัฐ-เอกชนดันไทยสู่ ‘ประเทศรายได้สูง’

“รัฐบาลอนุทิน”ฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ รวมทั้งวางเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 โดยในการแถลงข่าวคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ​ กรอ.​ครั้งที่ 1/2569 ในวันนี้ (22 มิ.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้กล่าวว่าการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในครั้งนี้ที่รัฐบาลและภาคเอกชนได้มีการวางเป้าหมายร่วมกัน 3 ข้อสำคัญได้แก่

1.การให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง (High-Income Country) ภายใน 12 ปี 

2.ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ไทยติดอยู่ใน Top20 แรกของโลกภายในปี 2573 และ

และ 3.ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ (Potential Growth) ให้สูงกว่า 3% จากศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ปัจจุบันอยู่ที่ 2.7%

 

 

บริหาร ‘เศรษฐกิจมหภาค’ แบบ ‘ทีมฟุตบอล’  ‘เอกนิติ’ ผนึกรัฐ-เอกชนดันไทยสู่ ‘ประเทศรายได้สูง’

ทั้งนี้นายเอกนิติกล่าวว่าการขับเคลื่อนเป้าหมายต่างๆที่ตั้งไว้เหมือนกับการ "แข่งฟุตบอลโลก" ที่ภาครัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน โดยแบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

กองหลัง (Defense) โดยกองหลังได้แก่ การรักษาวินัยการเงินการคลัง และการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและเป็นภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของโลก ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้สถาบันจัดลำดับความน่าเชื่อถือต่าง ๆ ยังคงระดับเสถียรภาพของประเทศไทยไว้

กองกลาง (Midfield) ที่เปรียบเสมือนผู้สนับสนุนที่ต้องจ่ายบอลให้กองหน้าและช่วยเหลือกองหลังในยามจำเป็น โดยเน้นการสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านไฟฟ้า พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI รวมถึงการปฏิรูปกฎหมายให้ชัดเจนเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ และการพัฒนาทุนมนุษย์หรือแรงงานที่มีทักษะ

กองหน้า (Forwards) ซึ่งเป็นหน่วยบุกที่มีหน้าที่ หารายได้ เข้าประเทศให้ได้ตามเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นไปที่ 7 สาขาหลัก ที่ประเทศไทยมีจุดแข็ง ได้แก่

1.เกษตรและอาหารที่มีคุณภาพสูง โดยน้นการใช้จุดแข็งด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ของไทย มายกระดับเพื่อตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป

2.ยานยนต์แห่งอนาคต โดยต่อยอดจากฐานการผลิตยานยนต์เดิมที่เข้มแข็งของไทย ให้ก้าวไปสู่การเป็นฐานผลิตยานยนต์สมัยใหม่ระดับสากล

บริหาร ‘เศรษฐกิจมหภาค’ แบบ ‘ทีมฟุตบอล’  ‘เอกนิติ’ ผนึกรัฐ-เอกชนดันไทยสู่ ‘ประเทศรายได้สูง’

3.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดิจิทัล ใช้พื้นฐานด้าน Smart Electronics ที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดร่วมกับเทคโนโลยี AI เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ

4.ยาและสุขภาพ โดยยกระดับอุตสาหกรรมยาและบริการด้านสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากจุดแข็งทางการแพทย์ของประเทศ

5.การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงมากกว่าการเน้นเพียงจำนวนนักท่องเที่ยว

6.การค้า (Trade): ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้ง (Location) ที่ดีของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สามารถติดต่อกับทุกประเทศทั่วโลกได้

และ 7.เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยต่อยอดจากทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยที่มีศักยภาพสูงเพื่อสร้างรายได้ใหม่ๆ

ทั้งนี้การแบ่งทีมเช่นนี้จะช่วยให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน เพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 12 ปี

“การทำงานในครั้งนี้ เหมือนเรากำลังแข่งฟุตบอลโลก ที่อาศัยความร่วมมือในรูปแบบทีมฟุตบอลเศรษฐกิจที่มีกองหน้าบุก 7 สาขาหลัก กองกลางสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และกองหลังรักษาวินัยการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ได้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตลาดเงินตลาดทุนในไทยในช่วงที่ผ่านมา”นายเอกนิติ กล่าว 

ต้องจับตาดูว่าการจัด "ทีมฟุตบอล" ในการบริหารเศรษฐกิจมหภาคของรัฐบาล จะสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายให้ประสบผลสำเร็จได้หรือไม่