นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. ร่วมกับสำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจในไตรมาสที่ 2/2569 และคาดการณ์อนาคต จากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศที่ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 400 ตัวอย่าง
ผลสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน ไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.2 ในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากภาคการท่องเที่ยวในช่วง High Season ของเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับมาตรการของภาครัฐในการลดภาระค่าครองชีพผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ซึ่งมีความชัดเจนว่าจะเริ่มดำเนินการในเดือน มิ.ย. 2569
นอกจากนี้ งานก่อสร้างและการลงทุนขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นเล็กน้อย จำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการได้บ้างบางส่วน แม้ยังมีความกังวลด้านต้นทุนอยู่ต่อเนื่อง
เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่ากลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม (Small) ต่างปรับความเชื่อมั่นดีขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2569 โดยปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.3 และ 51.8 ตามลำดับ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มุ่งเป้าไปยังผู้ประกอบการรายเล็กเป็นสำคัญ
สำหรับการคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 3/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 61.0 โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดเป็น 55.5% รองลงมาคือ การลงทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 21.5% ทั้งจากงานก่อสร้างและโครงการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน และความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการรับมือกับต้นทุนที่อยู่ในระดับสูงได้ดีขึ้น 10.5%
ด้านความต้องการสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไตรมาสนี้ พบว่าส่วนใหญ่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ โดยไม่ปรากฏความต้องการกู้เพื่อการลงทุน สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่ เพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์สงครามเป็นสำคัญ
นายพิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากแนวโน้มความต้องการสินเชื่อดังกล่าว SME D Bank ได้จัดเตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อตอบสนองความต้องการเสริมสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ พร้อมทั้งปรับปรุงระเบียบและคำสั่งที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับการผ่อนปรนคุณสมบัติผู้กู้และหลักประกันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
นอกจากนี้ ยังมีบริการพัฒนาศักยภาพปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจรทั้งแบบ Onsite และ Online ด้วย "DX Platform" dx.smebank.co.th


