วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

สินค้า GI ยุทธศาสตร์ส่งออกใหม่ รุกตลาดจีนเจาะกลุ่ม ‘พรีเมียม’

สินค้า GI (Geographical Indication) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นสินค้าท้องถิ่นมีคุณลักษณะเฉพาะพิเศษกว่าที่อื่น ซึ่งเกิดจาก "วัตถุดิบและภูมิปัญญาในพื้นที่นั้น" สัมพันธ์กับสภาพทางภูมิศาสตร์ เช่น ดิน น้ำ อากาศ เปรียบเสมือน “แบรนด์ของท้องถิ่น” ที่การันตีคุณภาพและความเป็นของแท้จนได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ให้เป็นสินค้าจีไอ

สำหรับ GI เปรียบเสมือนเครื่องหมายการันตีแหล่งที่มาและคุณภาพสินค้า โดยจะช่วยสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป เพื่อเพิ่มมูลค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนสู่ตลาดพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศ

รวมทั้งในยุคที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับแหล่งกำเนิด เรื่องราว และอัตลักษณ์ของสินค้ามากขึ้น ทำให้สินค้า GI จึงสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป และช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น

ปัจจุบันสินค้า GI มีจำนวน 260 รายการ ครอบคลุม 9 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย กลุ่มพืช ผัก ผลไม้ 128 สินค้า, กลุ่มอาหาร 37 สินค้า, กลุ่มหัตกรรม 27 สินค้า, กลุ่มข้าว 24 สินค้า, กลุ่มผ้า 19 สินค้า, กลุ่มประมง 18 สินค้า, กลุ่มปศุสัตว์ 4 สินค้า, กลุ่มไวน์-สุรา 3 สินค้า

สินค้า GI ยุทธศาสตร์ส่งออกใหม่  รุกตลาดจีนเจาะกลุ่ม ‘พรีเมียม’

ขณะที่การขับเคลื่อนสินค้า GI ถือเป็น 1 ใน 7 นโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่วางไว้ โดยต้องโปรโมทสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างเอกลักษณ์สินค้าท้องถิ่น

ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้เดินหน้ารุกตลาดจีนอย่างจริงจัง ด้วยการนำผู้ประกอบการสินค้า GI ของไทยเดินทางไปยังนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าผลไม้รายสำคัญ ณ ตลาดค้าส่งผลไม้ฮุยจ่าน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางกระจายผลไม้ขนาดใหญ่ของจีนตะวันออก และเป็นประตูสำคัญสู่ผู้บริโภคชาวจีนหลายร้อยล้านคน

ส่วนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อผู้ประกอบการ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” สามารถปิดข้อตกลงการซื้อขายล่วงหน้าได้ทันทีจำนวน 500 ตัน ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดจีนต่อสินค้า GI ของไทย และเป็นตัวอย่างรูปธรรมของการเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาให้กลายเป็นโอกาสทางการค้า

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคุณภาพของผลไม้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านระบบ GI ที่ช่วยรับรองแหล่งกำเนิดและคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “ทุเรียนไทย” แต่เป็นผลผลิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจากดินภูเขาไฟของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคจีนได้มากกว่าเดิม

สินค้า GI ยุทธศาสตร์ส่งออกใหม่  รุกตลาดจีนเจาะกลุ่ม ‘พรีเมียม’

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มองว่า การผลักดันสินค้า GI ไม่ได้เป็นเพียงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา แต่เป็นการต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าและการส่งออก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้วมากกว่า 260 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 116,000 ล้านบาท โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มผลไม้ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของภาคเกษตรไทยในการพัฒนาไปสู่ตลาดพรีเมียมระดับสากล

การนำสินค้า “GI” นำร่องที่ซี่ยงไฮ้ ถือเป็นสัญญาณของยุทธศาสตร์ใหม่ที่ไทยกำลังใช้ “GI” เป็นสะพานเชื่อมจากชุมชนท้องถิ่นสู่ตลาดโลก ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยมีตลาดจีนเป็นเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออกผลไม้ไทยระดับพรีเมียมในอนาคต

นอกเหนือจากสินค้าทุเรียนแล้ว “น้องใหม่” มาแรงอย่าง “ส้มโอทับทิมสยาม” เริ่มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคจีนมากขึ้นจากรสชาติที่หวานหอม อร่อย 

สินค้า GI ยุทธศาสตร์ส่งออกใหม่  รุกตลาดจีนเจาะกลุ่ม ‘พรีเมียม’

นางสาวพรรณิภา นิลวัชรารัง รองประธานวิสาหกิจชุมชนเทศบาลตำบลเกาะทวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ประกอบการ “ส้มโอทับทิมสยาม” กล่าวว่า ส้มโอทับทิมสยาม กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการจีนเพิ่มขึ้น หลังนำสินค้าไปประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้าที่เมืองทองธานี จนมีร้านค้าจากจีนหลายรายติดต่อขอซื้อเพื่อนำไปจำหน่าย

รวมทั้งที่ผ่านมาผู้บริโภคจีนรู้จักผลไม้ไทยผ่านทุเรียนเป็นหลัก แต่ปัจจุบันส้มโอทับทิมสยามเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น และมีแนวโน้มขยายตลาดได้ดี 

อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนยังมีการแข่งขันสูง และผู้บริโภคบางส่วนยังให้ความสำคัญกับราคาเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องชูจุดเด่นด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบนในนครเซี่ยงไฮ้ ผ่านช่องทางห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก

ขณะนี้มีผู้ประกอบการจีนที่สนใจเข้าร่วมเจรจาและจับคู่ธุรกิจแล้วอย่างน้อย 3 ราย สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตของตลาด และมีความเป็นไปได้ที่ส้มโอทับทิมสยามจะก้าวขึ้นเป็นผลไม้ไทยศักยภาพสูงในตลาดจีนเช่นเดียวกับทุเรียนไทย

“สินค้า GI เป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ แม้ราคาจะสูงกว่าสินค้าทั่วไป แต่หากสามารถส่งออกในปริมาณที่เหมาะสม ก็ยังคุ้มค่าต่อการขนส่ง โดยเฉพาะการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กหรือการบริหารล็อตสินค้าให้มีประสิทธิภาพ” นางสาวพรรณิภา กล่าว

ทั้งนี้จีนถือเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของสินค้า GI ไทย เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมที่พร้อมจ่ายในราคาสูงสำหรับสินค้าที่มีเรื่องราวและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว