วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน 2569

Login
Login

สนค.ดันโกโก้ไทยสู่ตลาดพรีเมียม ชูจุดขายสุขภาพ-รักษ์โลก

ตลาดโกโก้โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยปริมาณและราคา สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ความยั่งยืน และคุณค่าทางสุขภาพ ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ต้องเร่งปรับตัวจากผู้ขายวัตถุดิบสู่ผู้สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปสินค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพสูง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าโกโก้โลกอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่า ตลาดโกโก้และช็อกโกแลตโลกในปี 2568 มีมูลค่า 55,870 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 86,520 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2577 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.98% ขณะที่ยุโรปยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ครองส่วนแบ่งกว่า 43% ของตลาดโลก

ข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ประเทศผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่ของโลกยังคงกระจุกตัวอยู่ในแอฟริกาและเอเชีย โดยโกตดิวัวร์ครองตำแหน่งทั้งผู้ปลูกและผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลก

ขณะที่ไทยแม้จะมีสัดส่วนการผลิตไม่มาก แต่ผลผลิตในปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 39.7% อยู่ที่ 3,194 ตัน จากการขยายพื้นที่ปลูกในจังหวัดภาคใต้ อาทิ สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง

สนค.ดันโกโก้ไทยสู่ตลาดพรีเมียม ชูจุดขายสุขภาพ-รักษ์โลก

ข้อมูล สนค.ยังระบุอีกว่า ปี 2567 การส่งออกเมล็ดโกโก้ของโลกมีมูลค่าสูงถึง 19,013 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 96.3% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความต้องการในตลาดโลกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

ขณะที่ไทยมีมูลค่าส่งออกเมล็ดโกโก้เพียง 2.14 ล้านดอลลาร์ อยู่อันดับ 44 ของโลก

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะสินค้าโกโก้และผลิตภัณฑ์แปรรูป ไทยกลับมีศักยภาพมากกว่า โดยในปี 2568 ไทยส่งออกโกโก้และผลิตภัณฑ์จากโกโก้มูลค่า 131.3 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.4% จากปีก่อนหน้า ส่วนในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกได้แล้ว 32.5 ล้านดอลลาร์

โดยตลาดหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เมียนมา และ สปป.ลาว ขณะที่ตลาดเกิดใหม่อย่างนอร์เวย์ มอริเชียส สวีเดน ฟินแลนด์ และสเปน มีอัตราการเติบโตโดดเด่นหลายร้อยถึงกว่าพันเปอร์เซ็นต์
ปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโกโก้โลก คือ ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่

รวมถึงการบังคับใช้มาตรการ EU Deforestation Regulation (EUDR) ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดให้สินค้าโกโก้ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และต้องไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรมโกโก้กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมากกว่าความผันผวนระยะสั้น ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหันมาแข่งขันด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการขายวัตถุดิบ

สนค.ดันโกโก้ไทยสู่ตลาดพรีเมียม ชูจุดขายสุขภาพ-รักษ์โลก

สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ แหล่งที่มา คุณค่าทางโภชนาการ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ตลาดช็อกโกแลตพรีเมียม ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพ ช็อกโกแลตจากพืช (Plant-based) รวมถึงช็อกโกแลตปราศจากน้ำตาล เติบโตในอัตราสูงกว่าตลาดช็อกโกแลตทั่วไป

นายบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโกโก้ไทยเริ่มปรับตัวสู่การผลิตคราฟต์ช็อกโกแลต (Craft Chocolate) ที่เน้นคุณภาพ อัตลักษณ์ และการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิต แม้จะเป็นตลาดขนาดเล็ก แต่มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าตลาดอุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตจำนวนมาก

ทั้งนี้ ด้วยต้นทุนการผลิตของไทยที่สูง การแข่งขันในตลาดเมล็ดโกโก้ดิบจึงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม ไทยควรเดินตามแนวทางของประเทศผู้แปรรูปรายสำคัญอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปก่อนส่งออก ซึ่งช่วยยกระดับรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากกว่า

สำหรับทิศทางที่น่าสนใจของโกโก้ไทยในอนาคต คือ การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ชูจุดเด่นของสารฟลาโวนอยด์ในโกโก้ กลุ่มสินค้า Plant-based ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ข้าวไทยทดแทนนมผง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่างด้านรสชาติผ่านการผสมผสานเอกลักษณ์อาหารไทย เช่น ช็อกโกแลตรสข้าวซอย หรือช็อกโกแลตรสแกงไทย

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความยั่งยืน โดยเฉพาะระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อรองรับข้อกำหนด EUDR ซึ่งสมาคมฯ ได้ร่วมกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) พัฒนาแพลตฟอร์มบันทึกข้อมูลการเพาะปลูกและกระบวนการผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกได้

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แม้ไทยจะยังไม่ใช่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโกโก้โลก แต่ยังมีโอกาสสร้างความได้เปรียบผ่านการพัฒนาสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง การเล่าเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า การยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ การสร้างเอกลักษณ์ด้านรสชาติ รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานโกโก้ไทย และต่อยอดสู่การเป็นสินค้าศักยภาพในตลาดโลกได้ในระยะยาว