อนุทินดึงอำนาจกำกับดูแล EEC กลับมาดูแลเอง เพื่อเปลี่ยนผ่านจากช่วงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การเร่งสร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดนักลงทุน ยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนอำนาจไม่มีความขัดแย้งภายใน และได้มีการพูดคุยตกลงกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อยู่ตลอด
KEY POINTS
- อนุทินดึงอำนาจกำกับดูแล EEC กลับมาดูแลเอง เพื่อเปลี่ยนผ่านจากช่วงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การเร่งสร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดนักลงทุน
- ยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนอำนาจไม่มีความขัดแย้งภายใน และได้มีการพูดคุยตกลงกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อยู่ตลอด
- ชี้แจงว่าปัญหาโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเป็นคนละเรื่องกัน และยอมรับว่าการแก้ไขสัญญาเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ต้องยึดตามข้อตกลงเดิมเพื่อความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 08.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ดึงอำนาจการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม มาดูแลเอง ว่าเป็นโหมดๆไปตอนนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านพ้นตรงนั้นไปแล้ว
ตอนนี้คือ การเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อนำเม็ดเงินเข้ามา และใช้ประเทศไทยเป็นทางการผลิตโดยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ยังขาดเพียงเรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะเรามีทางเลือกอีกหลายทางเลือก ด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ เพราะมีทั้งสนามบินท่าเรือ นอกจากแหลมฉบังก็ยังมีการจะขยายเพิ่มเติม
ตอนนี้ผ่านจากช่วงโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องของการทำการตลาด ไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะนายพิพัฒน์ ต้องการจะนำโครงการกลับมาคืนตนทุกวัน และมีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งตอนแรกจะมอบให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นผู้ดูแลแต่ช่วงนี้ตนเดินทางบ่อย มีการพบกับภาคเอกชนมากมายทั้งในและต่างประเทศ จึงนำกลับมาดูเพื่อที่จะขับเคลื่อนให้เร็วมากขึ้น
เมื่อถามว่าไม่มีความขัดแย้งกันภายในใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งภายใน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องสัญญาโครงการเชื่อมรถไฟฟ้าสามสนามบิน อย่านำไปผูกเรื่อง เพราะเป็นคนละเรื่องกัน โครงการเชื่อมรถไฟสามสนามบิน เราต้องดูสัญญา และให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายถ้าจะไปแก้สัญญาขอเรียนตรงๆ แก้ไม่ง่าย ถ้าแก้ได้อีกหน่อยคนที่ทำสัญญากับภาครัฐ ถ้าประสบปัญหาประสบเรื่องการส่งมอบพื้นที่
ความล่าช้าของงาน วิกฤติจากสถานการณ์โลก หรือสถานการณ์น้ำมันดิบ จะขอแก้สัญญา รัฐบาลจะเอาตังค์ที่ไหนมาให้มันทำไม่ได้ อะไรที่กำหนดไว้ในสัญญาก็ต้องปฏิบัติตามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำว่าแก้ไขสัญญาไม่ว่าจะเป็นโครงรัฐใดๆก็ตามไม่จบที่คำว่าแก้ไขสัญญา
โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่มาประมูลแล้วไม่ชนะ ถ้าเขารู้ว่าแก้สัญญาได้ เขาก็จะใส่อีกราคาหนึ่งซึ่งมันไม่จบ ฉะนั้นดีที่สุดคือ ต้องเดินตามสัญญา ว่าทำสัญญาหรือขณะลงนาม รับทราบเงื่อนไขต่างๆ ที่อยู่ในสัญญา
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





