วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน 2569

Login
Login

11 เส้นทาง บขส.เชื่อมไทย – ลาว ดันขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงเป้าหมายการผลักดัน บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)ให้พ้นภาวะขาดทุน โดยระบุว่า บขส. เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ยังเผชิญปัญหาขาดทุนสะสม โดยกระทรวงคมนาคมภายใต้รัฐบาลนี้มีเป้าหมายผลักดันให้ทุกหน่วยงานเร่งหารายได้นอกเหนือจากธุรกิจหลัก (Non - Core) หารายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งลดต้นทุนการบริหารจัดการให้ยั่งยืนมากขึ้น

ในส่วนของ บขส.คาดว่าจะเป็นองค์กรแรกที่จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและพ้นภาวะขาดทุนที่มีมานานได้ เนื่องจากปัจจุบัน บขส.มีแผนหารายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผลการดำเนินงานขาดทุนประมาณ 140 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุนประมาณ 212 ล้านบาท โดยปัจจุบัน บขส.มีแผนนำพื้นที่เชิงพาณิชย์อู่จอดรถมาหารายได้ เปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้มากขึ้น อีกทั้งปัจจัยสำคัญของแผนหารายได้ บขส.กำลังจะนำเส้นทางเดินรถที่ไม่ได้เดินรถเอง มาเปิดให้เอกชนดำเนินการ และจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้เส้นทาง แนวทางนี้ก็จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

11 เส้นทาง บขส.เชื่อมไทย – ลาว ดันขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ หาก บขส.เพิ่มแนวทางหารายได้ให้มากขึ้น ประกอบกับปรับเปลี่ยนรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันที่มีต้นทุนสูงมาใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ที่ลดต้นทุนพลังงานได้ราว 20-30% จะทำให้ บขส.สามารถลดรายจ่ายไปจำนวนมาก เมื่อลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะทำให้ บขส.เป็นองค์กรที่พ้นภาวะขาดทุนได้ ซึ่งเชื่อว่า บขส.จะเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจแรกของกระทรวงคมนาคมที่สามารถพลิกกลับมาสร้างกำไรภายในรัฐบาลนี้

อย่างไรก็ดี นอกจากแผนเพิ่มรายได้ Non – Core และการลดต้นทุนดำเนินงานนั้น บขส.ยังเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ปรับตัวหารายได้ทุกช่องทาง ซึ่งปัจจุบันนอกจากการเดินรถให้บริการผู้โดยสารเชื่อมเส้นทางต่างๆ ภายในประเทศไทยแล้ว บขส.ยังมุ่งหารายได้จากการเดินรถเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

11 เส้นทาง บขส.เชื่อมไทย – ลาว ดันขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว

โดยปัจจุบัน บขส.ให้บริการเส้นทางเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ ไทย-สปป.ลาว จำนวน 11 เส้นทาง ให้บริการจำนวนเที่ยววิ่งรวม 60 เที่ยวต่อวัน มีผู้โดยสารใช้บริการรวม 2,543 คนต่อวัน ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาว สปป.ลาว ซึ่งส่วนมากกลุ่มชาว สปป.ลาว เดินทางมาทำงานที่ไทย และใช้บริการเป็นประจำอยู่แล้ว โดยมีรายละเอียดเส้นทางให้บริการ ดังนี้

สายที่ 1 หนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 27 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 55 บาท

สายที่ 2 อุดรธานี – นครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 77 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 80 บาท

สายที่ 3 อุบลราชธานี – ปากเซ ระยะทาง 138 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 200 บาท

สายที่ 4 มุกดาหาร – สะหวันนะเขต ระยะทาง 17 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 45 บาท

สายที่ 5 ขอนแก่น – นครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 195 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 180 บาท

สายที่ 6 กรุงเทพฯ – นครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 648 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 900 บาท

สายที่ 7 นครพนม – ท่าแขก ระยะทาง 29 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 70 บาท

สายที่ 10 กรุงเทพฯ – ปากเซ ระยะทาง 790 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 900 บาท

สายที่ 11 เชียงราย – บ่อแก้ว Shuttle Bus วิ่งข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ – ห้วยทราย) ระยะทาง 3 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 20 บาท

สายที่ 14 เลย – แขวงไชยะบุรี – หลวงพระบาง ระยะทาง 394 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 700 บาท

สายที่ 16 บึงกาฬ - บอลิคำไซ ระยะทาง 24 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 100 บาท

11 เส้นทาง บขส.เชื่อมไทย – ลาว ดันขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว