“กรไทย” ปักธง Food Ingredient ระดับโลก ทุ่ม 1,000 ล้านขยายกำลังผลิต รับตลาดในและต่างประเทศเติบโตสูง เผยเทรนด์อาหารผงตอบโจทย์อนาคต ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามและเศรษฐกิจโลก
ท่ามกลางสถานการณ์สงครามและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผู้ผลิตอาหารกำลังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนและกำลังซื้อ แต่สำหรับ “กรไทย” ผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารและอาหารผงของไทย กลับมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของตลาด Food Ingredient ทั่วโลก และเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
นายวัชรลักขณ์ ตัณฑ์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรไทย จำกัด กล่าวว่า หลังดำเนินธุรกิจมา 44 ปี และกำลังก้าวสู่ปีที่ 45 กรไทยได้พัฒนาจากโรงงานผลิตครีมเทียมของคนไทย สู่การเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบอาหาร (Food Ingredient) และสินค้าอาหารผงครบวงจรที่ส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน และอาเซียน ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศราว 50%
ปัจจุบันธุรกิจ Food Ingredient เป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการพัฒนาสินค้าพิเศษเฉพาะ (exclusive) ร่วมกับผู้ผลิตวัตถุดิบที่มีศักยภาพด้าน R&D สอดคล้องกับทิศทางของบริษัท ที่มุ่งเป็นพันธมิตรและสร้างการเติบโตร่วมกับลูกค้าไปด้วยกัน
“ตลาดโลกยังต้องการ Food Ingredient คุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่พัฒนาร่วมกับลูกค้าในรูปแบบ Exclusive Product ซึ่งเป็นจุดแข็งของกรไทย และช่วยสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันด้านราคา” นายวัชรลักขณ์ กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น บริษัทเปิดโรงงานแห่งใหม่ มูลค่าลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีการผลิตครบวงจรและระบบ Spray Dry ที่ทันสมัย รองรับการผลิตสินค้าอาหารผงและวัตถุดิบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับตลาดโลก
การลงทุนดังกล่าวสะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารไทยที่กำลังขยับจากการเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตร ไปสู่การเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบและส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูง ซึ่งได้รับความต้องการเพิ่มขึ้นจากผู้ประกอบการอาหารทั่วโลก
นอกจากการขยายตลาด B2B ในต่างประเทศ กรไทยยังหันมาให้ความสำคัญกับตลาดผู้บริโภคในประเทศมากขึ้น หลังพบว่าตลาดค้าปลีกดั้งเดิมเริ่มชะลอตัว ขณะที่ช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยในต่างจังหวัด
ปีนี้บริษัทจึงเร่งขยายช่องทางจำหน่ายในออนไลน์ผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop และ LINE Official Account สำหรับสินค้าทั้ง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ครีมเทียม กะทิผง ขิงผง และเครื่องดื่มทรีอินวัน โดยมีครีมเทียม แบรนด์ “มิสเตอร์เซฟ” เป็นโปรดักส์ ฮีโร่ ตั้งเป้าสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์แตะ 100 ล้านบาทในปีนี้
“เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้า แต่เป็นพาร์ตเนอร์ที่ร่วมพัฒนาธุรกิจไปกับลูกค้า เป้าหมายคือการเป็น Trusted Worthy Manufacturer ที่ได้รับความไว้วางใจทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน”
นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มสินค้าใหม่ คือมะพร้าวน้ำหอมผง เน้นจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก
นายวัชรลักขณ์ กล่าวว่า แม้ครึ่งปีหลังจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่บริษัทยังคงเป้ายอดขายปี 2569 ไว้ที่กว่า 4,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน


