ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานพลังงานระดับโลก หรือ Gastech 2026 เป็นเหตุการณ์สำคัญของปี 2569 ที่ไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 18 ปี โดยจะจัดนิทรรศการด้านก๊าซธรรมชาติ LNG เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ระบบการผลิตไฟฟ้าและ AI ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค กรุงเทพฯ
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า Gastech 2026 จะเป็นศูนย์รวมผู้นำด้านพลังงานระดับโลก ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี, CEO, หน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) รวมถึงผู้กำหนดนโยบาย (Policy Maker) จาก 150 ประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 50,000 คน มีบริษัทร่วมจัดแสดงนิทรรศการกว่า 1,000 บูท และมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญขึ้นให้ข้อมูลแต่ละฟอรัมกว่า 1,000 คน ตลอดการสัมมนาที่มีมากกว่าหลาย 100 เซสชัน
สำหรับงาน Gastech 2026 ไทยจะมีการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เกี่ยวข้องกับก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า โดยครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ, ระบบขนส่ง, และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้บริหารจัดการ
รวมทั้งมุ่งเน้นพลังงานสะอาดแห่งอนาคต เช่น ไฮโดรเจน (Hydrogen) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของนานาประเทศ
นอกจากนี้ไทยมีประเด็นสำคัญสำคัญที่เตรียมนำเสนอในเวทีโลก ประกอบด้วย
1.โอกาสการลงทุนแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมฝั่งอันดามัน ครอบคลุมพื้นที่ 60,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรัฐบาลกำลังเปิดประมูลในพื้นที่มีศักยภาพสูงทางธรณีวิทยา และได้รับการติดต่อจากบริษัทชั้นนำอย่าง โททาลเอนเนอร์ยี่ส์ (TotalEnergies) จากฝรั่งเศส, เอนี (Eni) จากอิตาลี และเชฟรอน (Chevron) ที่แสดงความสนใจต่อเนื่อง
สำหรับจุดขายสำคัญที่ไทยจะเสนอต่อกลุ่มนักลงทุนระดับ CEO และ C-Level ที่มีกำลังซื้อสูงเป็นการโปรโมตแหล่งปิโตรเลียมฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นทะเลลึกที่มีศักยภาพสูงมาก โดยอ้างอิงจากการค้นพบแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ทางตอนใต้ในเขตอินโดนีเซีย ซึ่งไทยกำลังทำระเบียบกฎเกณฑ์เพื่อสร้างแรงจูงใจการประมูลสัมปทาน เพื่อดึงดูดบริษัทชั้นนำของโลกให้มาพัฒนา
ขณะที่ 15 ปีก่อนเทคโนโลยียังไม่คุ้มค่า แต่ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี Seismic 3D และ 4D ทำให้มั่นใจว่าแหล่งอันดามันจะเป็นที่พึ่งพาสำคัญด้านพลังงานของไทย
ปักธงศูนย์กลาง LNG Hub ภูมิภาค
2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแก๊ส โดยไทยพร้อมเป็น ASEAN LNG Hub และปัจจุบันมีสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal) ที่มาบตาพุด (T1) และหนองแฟบ (T2) รวมถึงโครงการ T3 ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งทำให้มีความสามารถรับก๊าซรวมกว่า 20 ล้านตันต่อปี
ทั้งนี้ จะเป็นการต่อยอดเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย และส่งออกก๊าซผ่านเรือลำเล็กไปยังเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม หรือแม้แต่ จีน และญี่ปุ่น
รวมทั้งก๊าซธรรมชาติยังเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทยสัดส่วนสูงถึง 58-85% โดยรัฐบาลมีแผนเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการนำเข้า LNG ที่เพิ่มขึ้นทั้งขยายสถานีรับ-จ่ายก๊าซ LNG Terminal รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งหากโครงการนี้เกิดขึ้น จะเพิ่มความจำเป็นในการขยายสถานีจัดเก็บและแปรสภาพก๊าซในภาคใต้
ปลดล็อกไฟเสรีรับ Data Center
3.แผนกระตุ้นการลงทุนผ่านการเปิดเสรีไฟฟ้า (Direct PPA) เพื่อชักจูงบริษัทชั้นนำของโลกมาลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตเร็ว ซึ่งความต้องการไฟฟ้าที่สูงขึ้นมหาศาลนี้ต้องมีก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักเพื่อสร้างความเสถียรและความมั่นคง
ทั้งนี้ ไทยมุ่งสู่การเป็นตลาดเสรีทั้งด้านก๊าซที่มีผู้เล่น (Shipper) หลายราย และในอนาคตจะเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรีเพื่อให้มีผู้เล่นในอุตสาหกรรมมากขึ้น
รวมทั้งด้านความมั่นคงพลังงานทำให้อาเซียนเป็นที่ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเติบโตก้าวกระโดดจากการเข้ามาของ Hyper-scale Data Center และ EV ซึ่งในไทยพบตัวเลขการจดทะเบียนขอใช้ไฟฟ้าจาก Data Center สูงถึง 20,000 เมกะวัตต์ เป็นตัวเลขมหาศาลเมื่อเทียบกับยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของไทยปี 2569 ที่อยู่ระดับ 35,000 เมกะวัตต์
PDP 2024 จบ ก.ย.บรรจุ SMR
สำหรับความชัดเจนด้านนโยบายมั่นใจร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) จะชัดเจน และผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นภายในเดือน ก.ย.2569 โดยจะมีการนำเสนอพลังงานใหม่ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นหัวใจหลักในอนาคต
ส่วนความพร้อมรับมือสถานการณ์โลกท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในตะวันออกกลาง และยุโรป โดยไทยต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานผ่านแนวคิด Regional Self-sufficiency หรือการพึ่งพาตนเองระดับภูมิภาคผ่านการเชื่อมโยงโครงข่ายท่อก๊าซ และสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เพื่อความมั่นคงยั่งยืน
อาเซียนจะเป็นดาวรุ่งพลังงานโลก
ทั้งนี้ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะครองสัดส่วนถึง 25% ของการเติบโตอุปสงค์พลังงานโลกภายในปี 2578 จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรมรวดเร็วในอาเซียน ส่งผลให้เกิดความต้องการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทันสมัย การจัดหาก๊าซ LNG ที่เพียงพอ ระบบผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ ตลอดจนการลงทุนทางพลังงานระยะยาว
ขณะที่ความต้องการพลังงานในภูมิภาคสูงขึ้นสอดคล้องรายงาน IEA ที่ระบุความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก data center ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในปี 2573 และล่าสุดไทยอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 6 โครงการ มูลค่า 958,168 ล้านบาท ในเดือนพ.ค.2569 ซึ่งโครงการส่วนใหญ่เป็น data center และการประมวลผลข้อมูลระดับโลก
ทัพผู้นำพลังงานพร้อมโชว์เทคโนโลยี
นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทพลังงาน อาทิ กลุ่ม ปตท., เอ็กโก กรุ๊ป, ราช กรุ๊ป, บ้านปู รวมถึงบริษัทน้ำมันข้ามชาติ เช่น เชฟรอน โดย
"อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี จะมาเป็นประธาน
ขณะเดียวกัน ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงานโลกระยะที่ผ่านมาตอกย้ำถึงความสำคัญของการกระจายแหล่งพลังงาน การสร้างความมั่นคง และความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยบริบทดังกล่าว Gastech 2026 จึงเป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่เปิดให้ภาครัฐ บริษัทพลังงานเร่งการลงทุน และผลักดันแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเห็นว่างาน Gastech 2026 ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในแผนที่โลกในฐานะศูนย์รวมพลังงาน และเกิดเม็ดเงินลงทุนอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลักแสนล้านบาท พร้อมกันนี้ได้ประสานงานทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ และกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลความปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก
เม็ดเงินสะพัดหมื่นล้าน ย้ำภาพลักษณ์ไทย
สำหรับช่วงเวลาจัดงาน Gastech 2026 จะสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน 10,000 ล้านบาท ทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศจากการจองที่พักโรงแรม และเป็นเวทีสำคัญในการแสดงทิศทางพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางพลังงานของไทยบนเวทีโลก
รวมทั้งงาน Gastech 2026 ได้เปิดตัวไฮไลต์ “AixEnergy” งานประชุมและจัดแสดงนวัตกรรมเฉพาะทางด้าน AI โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และระบบพลังงานแห่งอนาคต เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการหารือระหว่างผู้นำด้านอุตสาหกรรม AI และพลังงาน ถึงความท้าทาย และโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ AI ควบคู่การทำให้ระบบพลังงานมั่นคง เข้าถึงได้ และยืดหยุ่นระยะยาว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


