วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘นิวเคลียร์’ เงื่อนไขยุติสงคราม นักวิชาการหวั่นแค่พักรบ ‘เชิงยุทธศาสตร์’

“นักวิชาการ” ประเมินข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่าน เตรียมลงนามทางการ 19 มิ.ย.นี้ เป็นเพียง “พักรบเชิงยุทธศาสตร์” มากกว่าสันติภาพถาวร จับตา 4 ปัจจัยเสี่ยงปะทุขัดแย้งรอบใหม่ โดยเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ ชี้สงครามฉุด GDP โลกลดลง 0.2% ด้านผู้นำยุโรปเตือนทรัมป์ ข้อตกลงชั่วคราวสหรัฐ-อิหร่าน ถ้าอ่อนแอเสี่ยงทำให้โครงการนิวเคลียร์อิหร่านแข็งแกร่งขึ้น

ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐ และอิร่าน ที่จะลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย.2569 ที่สวิตเซอร์แลนด์ หลังจากลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ทางอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้ว โดยส่วนหนึ่งระบุถึงทั้ง 2 ฝ่ายจะหารืออนาคตโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ปริมาณวัสดุนิวเคลียร์ที่ได้รับการเสริมสมรรถนะ รวมถึงความต้องการพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

สำหรับประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตา เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญของสันติภาพตะวันออกกลาง โดยจะเจรจาประเด็นซับซ้อนกันอีก 60 วัน เช่น ยูเรเนียมสมรรถนะสูงของอิหร่าน และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศจี 7 ที่เมืองเอเวียง เลส์ แบงส์ ของฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย.2569 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวถึงการหารือวันที่ 16 มิ.ย.2569 เน้นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย รวมถึงปฏิบัติการทางทะเลนำโดยฝรั่งเศส-อังกฤษ และการหาเส้นทางขนส่งน้ำมันเส้นอื่นนอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซ

นักการทูตหลายราย เผยว่า การหารือในวันอังคาร มีผู้นำจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และอียิปต์เข้าร่วมด้วย แต่แค่แสดงความคาดหวังไม่ได้มีการหารือลงลึกเรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน

ทั้งนี้ พันธมิตรยุโรปเกรงว่าการเจรจารอบถัดไปทีมเจรจาสหรัฐที่ไร้ประสบการณ์อาจล้มเหลวทำข้อตกลงนิวเคลียร์หรือโครงการขีปนาวุธของอิหร่านได้ไม่ดีพอ และเสี่ยงเผชิญหน้ากันต่อ ซึ่งทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี ต้องการมีบทบาทกำหนดการเจรจาที่กำลังมาถึงหลังถูกลดบทบาทไปหลายเดือน

 

ขณะที่ 3 ประเทศนี้เคยเข้าเกี่ยวข้องกับอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อปี 2003 ต่อมาร่วมมือกับประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ จนได้ข้อตกลงปี 2015 แลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ต่อมาทรัมป์ไม่พอใจข้อตกลงแล้วนำสหรัฐถอนตัวช่วงเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก

คาดสหรัฐ-อิหร่าน ยังเข้าใจไม่ตรงกัน

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และอาเซียน เปิดเผยว่า แม้สหรัฐ และอิหร่านจะหาข้อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากกว่า 3 เดือน และมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการวันที่ 19 มิ.ย.2569 แต่ยังมีสัญญาณสะท้อนทั้ง 2 ฝ่ายอาจเข้าใจสถานะข้อตกลงต่างกัน

ทั้งนี้ สหรัฐใช้คำว่า “Deal” หรือข้อตกลงที่ถือว่าการเจรจาบรรลุผลสำเร็จแล้ว ขณะที่อิหร่านเรียกว่า “Memorandum of Understanding หรือ บันทึกความเข้าใจ (MoU) ซึ่งเป็นเพียงกรอบความร่วมมือเบื้องต้น และยังเปิดทางให้มีการเจรจารายละเอียดเพิ่มเติมในอนาคต

สำหรับความแตกต่างในการใช้ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนทั้ง 2 ฝ่ายมีมุมมองต่อสถานะของข้อตกลงไม่เหมือนกัน โดยสหรัฐมองการเจรจาบรรลุแล้ว ขณะที่อิหร่านมองเป็นเพียงกรอบความเข้าใจเบื้องต้นที่ต้องพัฒนาสู่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยต้องติดตามใกล้ชิดว่าข้อตกลงครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพยั่งยืนหรือไม่

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวมีประเด็นสำคัญรวม 14 ข้อ โดยหลายเรื่องตกลงกันได้ อาทิ การยุติปฏิบัติการทางทหาร การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล การเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การระงับมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน และการปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านบางส่วน

จับตา “นิวเคลียร์” เงื่อนไขเจรจายุติ

ขณะที่มีประเด็นสำคัญต้องเจรจาต่อ ได้แก่ โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขอบเขตการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการคืนทรัพย์สินส่วนที่เหลือของอิหร่าน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายตั้งเป้าทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วันหลังลงนาม

นอกจากนี้ สงครามสหรัฐ-อิหร่าน กระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก โดยทำให้ GDP โลกลดลง 0.2% ขณะที่ GDP หลายภูมิภาคสำคัญลดลงเฉลี่ย 0.6% ส่วนราคาพลังงานโลกทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 90.5% และราคาวัตถุดิบสำคัญเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 100% ในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง

รวมทั้งความขัดแย้งยังกระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก โดยการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก การส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของกาตาร์ลดลง และกำลังการผลิตน้ำมันบางพื้นที่ของอิรักตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

“ข้อตกลงครั้งนี้ยังไม่ถือเป็นสันติภาพถาวรในตะวันออกกลาง เป็นเพียงการพักรบเชิงยุทธศาสตร์” ดร.อัทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ มี 4 ปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ความขัดแย้งกลับมาปะทุอีกครั้ง ได้แก่ 1.ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน 2.การไม่ถอนกำลังของอิสราเอลออกจากเลบานอน 3.ความเปราะบางทางการเมืองภายในอิหร่าน และ 4.การเก็บกู้ทุ่นระเบิดใต้น้ำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจใช้เวลานาน 3-6 เดือนกว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้การขนส่งพลังงานกลับสู่ภาวะปกติได้

“พาณิชย์” ชี้ยุติสงครามหนุนการค้า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงยุติสงครามอย่างเป็นทางการเป็นเรื่องดีแต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อ ส่วนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซต้องรอการลงนามสงบศึกอย่างเป็นทางการ แต่ไทยต้องเตรียมตัวพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ขณะที่จะทบทวน GDP หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ไตรมาส 1 อยู่ที่ 2.8% และต้องทบทวนเพิ่มเพราะทั้งปี 2569 มองที่ 1.5-2.0% ในกรณีสถานการณ์เป็นเช่นเดิม แต่เมื่อมีความชัดเจนของสันติภาพคาดว่า GDP จะดีขึ้น เพราะการส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ติดขัด รวมถึงราคาพลังงานที่เป็นปัจจัยสำคัญจะผ่อนคลายลง โดยทำให้มีกำลังซื้อ และการค้าขายดีขึ้น

ราคาน้ำมันมีแนวโน้มคลี่คลาย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มลดลง โดยกระทรวงพลังงานใช้กลไกบริหารจัดการราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อลดภาระประชาชน และดึงเงินกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาลดราคาหน้าปั๊มได้ 8,300 ล้านบาท ทำให้ราคาดีเซลลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มกลับภาวะปกติหากความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลาย

นอกจากนี้สั่งการให้ทบทวนข้อมูลจริงของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยยอดการติดลบของกองทุนฯ ลดลงจากที่คาดไว้ 60,000 ล้านบาท เหลือติดลบ 57,000 ล้านบาท และอายัดเงินคืนให้ผู้ค้าบางกลุ่มที่กำลังสอบสวนกักตุนกำไรไว้อีก 30,000 ล้านบาท ทำให้ไม่ต้องออก พ.ร.ฎ.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เพิ่มเติม

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานกำลังวางกลไกถาวรการกำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่น และค่าการกลั่น เพื่อไม่ให้ค่าการกลั่นสูงเกินไปช่วงวิกฤติ โดยแก้ไขกฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) กำกับดูแลได้เต็มที่

“จะวางกลไกการจัดการราคาหน้าโรงกลั่นที่อิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ควรอิงแบบที่บวกค่าพรีเมียมหรือไม่ โดยควบคุมไม่ให้ค่าการกลั่นพุ่งสูงแบบที่ผ่านมา” นายเอกนัฏ กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์