“เอกนัฏ” พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัยจากเดิมให้บ้านที่ใช้ไฟสูงจ่ายแพง ควบคู่การแก้ปัญหาสัญญาไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐ เตรียมคลอด "ค่าไฟ Data Center" อัตราใหม่ พร้อมเร่งมาตรการรับซื้อไฟโซลาร์คืนจากประชาชนภายในเดือนนี้
KEY POINTS
- กระทรวงพลังงานเตรียมกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าประเภทใหม่สำหรับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ
- ดาต้าเซ็นเตอร์จะต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากมีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลให้ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น
- อัตราค่าไฟใหม่จะสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง และส่วนต่างที่ได้จะนำไปช่วยลดภาระค่าไฟให้ภาคประชาชนและอุตสาหกรรม
วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่ากระทรวงพลังงานมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ยุติธรรมและสะท้อนต้นทุนจริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เนื่องจากการปรับค่าไฟฟ้านั้นจะกระทบทั้งประชาชน และการไฟฟ้าฯ ซึ่งรอผลจากการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามในอนาคตรัฐบาลมีความตั้งใจให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าถูกลง โดยในส่วนของการปรับอัตราค่าไฟฟ้าของบ้านที่อยู่อาศัยที่ให้ผู้ที่ใช้ไฟมากจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าอาจจะมีการทบทวน เพราะในที่สุดในเรื่องค่าไฟฟ้าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกัน เช่นเรื่องของการแก้ปัญหาโรงไฟฟ้าที่มีรูปแบบสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐ (สัญญาทาส) เช่นที่ขายไฟฟ้าในรูปแบบแอดเดอร์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
รวมทั้งเรื่องของความสูญเสียในระบบที่เรียกว่าเป็น loss ในระบบเหมือนสายส่งสายจำหน่าย หรือเรื่องไฟสาธารณะก็นำมาบวกในค่าไฟฐานและบิลค่าไฟฟ้าของประชาชนพวกนี้ต้องจัดการใหม่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ในมาตรการสำคัญในระยะต่อไปคือการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ คือประเภทที่ 9 หรือกลุ่ม Data Center ให้จ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจาก Data Center เป็นกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงมากและต้องใช้ก๊าซนำเข้าที่มีราคาสูงในการผลิตไฟฟ้า
ดังนั้นอัตราค่าไฟของกลุ่มนี้จะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและอาจสูงกว่าค่าไฟบ้านเรือน เพื่อนำส่วนต่างมาช่วยอุดหนุนและลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับภาคประชาชนและอุตสาหกรรมในประเทศ
นายเอกนัฏยืนยันว่าในส่วนของพลังงานสะอาดรัฐบาลจะส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอย่างต่อเนื่อง โดยจะเร่งรัดกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนจากภาคประชาชนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ พร้อมทั้งชี้แจงว่ามาตรการสนับสนุนงบประมาณของรัฐจะไม่ใช่การแจกเงินฟรี แต่เป็นการช่วยสนับสนุนเงินดาวน์หรือลดดอกเบี้ยผ่านธนาคารของรัฐ เพื่อจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์และเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว





