มิลค์บอร์ด สั่งระดมสหกรณ์ทั่วประเทศ แบกรับภาระอุ้ม อ.ส.ค. พ้นวิกฤตสต๊อกจม กว่า3 หมื่นตัน พร้อมตรึงกลไกเกื้อกูลไร้ค่าขนส่งอุ้มเกษตรกรถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ครั้งล่าสุด ที่มีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ได้มีแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยระบายนมพาณิชย์ที่มีปริมาณคงค้างในระบบ โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ใช้กลไกเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศเข้ามาช่วยกระจายผลิตภัณฑ์นมขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “ไทย-เดนมาร์ค” ซึ่งมีสต๊อกคงค้างอยู่กว่า 30,000 ตัน
โดยจากปัญหาดังกล่าวล่าสุด กรมฯ ได้ดำเนินการตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) โดยสั่งการไปยังสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศให้ประสานเครือข่ายสหกรณ์ทุกประเภท รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อช่วยกระจายผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค. และบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่งผลการดำเนินงานล่าสุด ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2569 สามารถจำหน่ายนมกล่องได้แล้ว 10,446 ลังคิดเป็นมูลค่า 3,449,059 บาท โดยจังหวัดร้อยเอ็ดมียอดจำหน่ายสูงสุด 3,300 ลังมูลค่า 1,073,000 บาท และยังมีการกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 มิถุนายนนี้
นอกจากการช่วยระบายนมของ อ.ส.ค. แล้ว กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังเตรียมช่วยเหลือสหกรณ์โคนมที่ประสบปัญหาผลิตภัณฑ์คงค้างเช่นกัน เนื่องจากหลายแห่ง โดยเฉพาะสหกรณ์ขนาดเล็ก ยังมีข้อจำกัดด้านการตลาดและช่องทางจำหน่ายสินค้า จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างเสถียรภาพให้กับอาชีพการเลี้ยงโคนมในระยะยาว
ขณะที่นางพิชญ์สิณี สว่างโรจน์ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หลังได้รับนโยบายจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เร่งประสานสหกรณ์ทุกประเภทในจังหวัด รวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ ให้ร่วมรับซื้อนมไทย-เดนมาร์ค โดยมียอดจำหน่ายแล้ว 161 หีบ มูลค่า 54,660 บาท พร้อมนำสินค้าไปจำหน่ายผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC Plus) เพื่อเพิ่มช่องทางระบายสินค้าโดยการดำเนินงานในพื้นที่เป็นไปในลักษณะการช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในขบวนการสหกรณ์ โดยยังไม่มีการคิดค่าบริหารจัดการหรือค่าขนส่งเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ได้รับผลกระทบจากภาวะนมล้นตลาด
ด้านนางสาวสะอาดจิต ประสงค์สิน สหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคามมียอดจำหน่ายนม อ.ส.ค. จำนวน 99 หีบ มูลค่า 33,801 บาท เนื่องจากในพื้นที่มีสหกรณ์โคนมที่ผลิตนมกล่องอยู่แล้ว และกำลังเผชิญปัญหาผลิตภัณฑ์คงค้างเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียนที่ความต้องการนมโรงเรียนลดลง ทำให้เจ้าหน้าที่และเครือข่ายสหกรณ์ต้องช่วยกันเร่งกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ด้านนางสาวสะอาดจิต ประสงค์สิน สหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคามมียอดจำหน่ายนม อ.ส.ค. จำนวน 99 หีบ มูลค่า 33,801 บาท เนื่องจากในพื้นที่มีสหกรณ์โคนมที่ผลิตนมกล่องอยู่แล้ว และกำลังเผชิญปัญหาผลิตภัณฑ์คงค้างเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียนที่ความต้องการนมโรงเรียนลดลง ทำให้เจ้าหน้าที่และเครือข่ายสหกรณ์ต้องช่วยกันเร่งกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นายวีรภัทร เณรศาสตร์ สหกรณ์จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า การกระจายนมในพื้นที่เป็นไปอย่างคล่องตัว เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตนมของ อ.ส.ค. ทำให้สามารถประสานการส่งมอบสินค้าไปยังสหกรณ์และร้านค้าสหกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมียอดรับนมสูงสุดในโครงการ นางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับนมจากสหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จังหวัดสระบุรี จำนวน 3,000 หีบ และจากสหกรณ์นิคมพัฒนาโคนมลพบุรี จำกัด อีก 300 หีบ รวม 3,300 หีบ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เพื่อนำมากระจายผ่านเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง โดยปัจจุบันสามารถจำหน่ายได้เกือบทั้งหมดแล้ว
ทั้งนี้สหกรณ์ยังคงยึดหลักช่วยเหลือกันภายในขบวนการสหกรณ์เป็นลำดับแรก เนื่องจากสหกรณ์โคนมหลายแห่งยังประสบปัญหาผลิตภัณฑ์นมคงค้างจากภาวะนมล้นตลาดเช่นเดียวกัน จึงต้องอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศในการช่วยดูดซับผลผลิตและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในช่วงเวลานี้


