นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐและอิหร่านเตรียมลงนามสัญญาสันติภาพว่าถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยให้วิกฤตการณ์โลกคลี่คลายลงและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพปัจจัยภายนอกที่ผันผวนได้เป็นอย่างดี โดยรัฐบาลไม่ได้ดำเนินนโยบายแก้ปัญหาเพียงรายวัน แต่ได้วางกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่าในภาวะวิกฤตการณ์จากภายนอกและภาวะสงคราม รัฐบาลมีความพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน เพื่อให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยจะไม่ลดน้อยถอยลง โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้ความปรารถนาดีและเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศในช่วงวิกฤตนี้ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงจนกระทบต่อการดำรงชีวิต
“รัฐบาลพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างท่าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ลดน้อยถอยลง แม้จะเผชิญกับภาวะสงครามหรือวิกฤตจากภายนอกก็ตาม” นายอนุทินกล่าว

