ที่ผ่านมาการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังพบข้อร้องเรียนจำนวนมากในประเด็นเรื่องการคัดกรองโดยประเทศไทยมีคนจนอยู่ราว 4 ถึง 5 ล้านคน กลับมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสูงถึง 14.6 ล้านคน หรือมากกว่าตัวเลขคนจนจริงถึง 3 เท่า แต่ขณะเดียวกัน คนจนแท้จริงเกือบครึ่งหนึ่งกลับไม่ได้รับสิทธิ์นี้
ปัญหาที่สะสมมาหลายปีนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามปฏิรูปในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 2569 ครั้งนี้
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประสบปัญหา 2 ด้านไปพร้อมกัน ทางหนึ่งคือการ "รั่วไหล" หมายความว่ามีผู้ที่ไม่ใช่คนจนจริงได้รับบัตรไป และอีกทางหนึ่งคือการ "ตกหล่น" กล่าวคือคนจนที่แท้จริงกลับเข้าไม่ถึงสิทธิ์ที่ควรได้รับ
ทั้งนี้ สาเหตุหลักของการตกหล่นไม่ใช่เรื่องของรายได้หรือคุณสมบัติ แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการเข้าถึงกระบวนการลงทะเบียน คนจนที่เปราะบางที่สุด เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ยาก หรือกลุ่มคนชายขอบที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ล้วนไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ตามปกติ ดังนั้นระบบการลงทะเบียนแบบเดิมที่เปิดให้ผู้ที่คิดว่าตนเข้าข่ายเกณฑ์คนจนต้องไปลงทะเบียนรับสิทธิ์เอง ทำให้ไม่สามารถครอบคลุมกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุดได้อย่างแท้จริง
เพื่อแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างดังกล่าว คณะกรรมการกองทุนประชารัฐจึงมีมติให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่สำรวจจริง โดยอาศัยเครือข่ายของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่รู้จักชุมชนของตนดีที่สุด ให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการค้นหาและรวบรวมรายชื่อผู้ที่อาจตกหล่นจากระบบเดิม
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 7/2569 ว่า กระทรวงการคลังไม่ได้นำกรอบวงเงินงบประมาณมาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณา แต่มุ่งเป้าหมายไปที่การนำผู้เดือดร้อนและยากจนอย่างแท้จริงเข้าสู่ระบบการดูแลของรัฐ
ผลจากการลงสำรวจพื้นที่พบผู้ตกหล่นรวมทั้งสิ้น 2,294,909 ราย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มแรก คือผู้ที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเดิมของกระทรวงมหาดไทยและ พม. อยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยได้รับการคัดกรองเพื่อรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการ กลุ่มนี้มีจำนวน 1.04 ล้านคน และขณะนี้การสำรวจในพื้นที่ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 70 โดยสำรวจเสร็จสิ้นแล้ว 721,607 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลืออีก 325,843 ราย
กลุ่มที่สอง คือผู้ที่ไม่เคยปรากฏชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐใดเลย แต่ถูกค้นพบจากการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ กทม. ลงพื้นที่สำรวจโดยตรง กลุ่มนี้มีจำนวนสูงถึง 1,573,232 ราย
ทั้งนี้ กระบวนการสำรวจรายชื่อทั้งหมดในระดับพื้นที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิ.ย. 2569 นี้ เช่นเดียวกับกระบวนการคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ เดิมกว่า 13.18 ล้านคน โดยภาพรวมการลงทะเบียนยืนยันขอรับสิทธิ์ผ่านช่องทางต่างๆ ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนรวมแล้ว 11.28 ล้านราย และได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติไปแล้ว 10.8 ล้านราย
นอกจากนี้ หนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับผู้ลงทะเบียนจำนวนมากคือกรณีที่บุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ซึ่งหลายคนเป็นห่วงว่าอาจถูกนำมาเป็นเหตุผลในการตัดสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการ ในเรื่องนี้ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติยืนยันชัดเจนว่าจะไม่นำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาตัดสิทธิ์สำหรับการลงทะเบียนรอบนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี เมื่อกระบวนการลงทะเบียนเสร็จสิ้นทั้งหมด จะมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อทบทวนความเหมาะสมของเกณฑ์คัดกรองในทุกมิติอีกครั้ง หากจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกเกณฑ์ใด จะนำเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาตัดสินใจในคราวเดียวกัน ก่อนที่จะมีการประกาศผลรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ก.ค. 2569

