ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญกับความท้าทาย ทั้งจากปัจจัยเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ธนารคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐได้เดินหน้าส่งเสริมการออมเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการเงินให้กับลูกค้าด้วยความร่วมมือกับ 10 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เริ่มต้นความร่วมมือครั้งสำคัญกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำระดับประเทศถึง 10 แห่ง เพื่อเพิ่มมิติและทางเลือกในการลงทุนให้กับประชาชน โดยมุ่งหวังที่จะส่งเสริมวินัยการออมให้ครอบคลุมถึงการจัดสรรเม็ดเงินลงทุน ไม่ใช่ผูกติดอยู่เพียงแค่การฝากเงินสดหรือการซื้อสลากออมสินเพียงอย่างเดียว
“ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูงนับตั้งแต่ปี 2562 ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโรคระบาดหรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทจึงมีความท้าทายและยากยิ่งขึ้น การพึ่งพาผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยบริหารจัดการและให้คำปรึกษา จึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนให้กับผู้ก้าวเข้าสู่ตลาด”
สำหรับการดึง 10 บลจ. ชั้นนำระดับแนวหน้าของไทยเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย
1. บลจ. กสิกรไทย จำกัด
2. บลจ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
3. บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด
4. บลจ. กรุงศรี จำกัด
5. บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
6. บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด
7. บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด
8. บลจ. พรินซิเพิล จำกัด
9. บลจ. วรรณ จำกัด
10. บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด
นายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารออมสินจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนในกองทุนอย่างเปิดกว้างซึ่งจะช่วยให้เกิดการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) และกระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
“แต่ละ บลจ. ล้วนมีความเชี่ยวชาญและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งการลงทุนในตลาดทุนประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการกระจายพอร์ตการลงทุนออกไปสู่ตลาดต่างประเทศนั้น จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยชดเชยผลตอบแทน และรักษามูลค่าของเงินออมไม่ให้ด้อยค่าลงจากภาวะเงินเฟ้อ”
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินมีฐานลูกค้ากว่า 26 ล้านราย ซึ่งมีความหลากหลายทั้งเป้าหมายและช่วงวัย โดยกลุ่มเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่ธนาคารให้ความสนใจเป็นพิเศษในแคมเปญนี้คือกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งเป็นกำลังหลักของโครงสร้างเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องเร่งเครื่องสะสมความมั่งคั่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวัยเกษียณ
นายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารต้องการเปลี่ยนกรอบความคิดของประชาชนให้ตระหนักว่า การกระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ควรใส่ไข่ทุกใบไว้ในตะกร้าเดียว เนื่องจากการฝากเงินรับดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่อาจเอาชนะเงินเฟ้อได้อีกต่อไป การแบ่งสัดส่วนเม็ดเงินมาลงทุนในกองทุนรวมจึงเป็นการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นอย่างสมเหตุสมผล
โดยธนาคารออมสินเตรียมใช้ความได้เปรียบจากการมีเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมถึง 1,032 แห่งทั่วประเทศเป็นศูนย์กลางในการกระจายความรู้และสื่อสารด้านการเงินกับลูกค้า โดยได้ยกระดับความพร้อมของพนักงานในแต่ละสาขาให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาการลงทุนโดยเฉพาะ เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ พอร์ตมั่นคง พอร์ตเติบโต และพอร์ตสมดุล
นายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารออมสินไม่ได้นำรายได้จากค่าธรรมเนียมมาเป็นตัวตั้ง หรือกำหนดตัวเลขเป้าหมายยอดการลงทุนรวมที่ตายตัวเพื่อกดดันการทำงาน แต่เจตนารมณ์สูงสุดของนโยบายนี้ คือการสร้างจุดเปลี่ยนด้านพฤติกรรม ปลูกฝังวินัยทางการเงินให้คนไทย เพิ่มสัดส่วนการออมผ่านการลงทุน เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคของประเทศอย่างยั่งยืน


