วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

น้ำมันโลกยังไร้เสถียรภาพ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจที่อ่อนแรง

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน และข้อจำกัดด้านอุปทานและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกช่วงกลางปีนี้ ในขณะที่ความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ก็ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ ราคาน้ำมันดิบ ตลาดโลก ในเดือน พฤษภาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 93-115 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่ที่ 88-109 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ Dubai เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 97-108 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นักวิเคราะห์กลุ่ม PRISM คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Dubai เฉลี่ยในเดือน มิ.ย. – ก.ค. 2569 จะยังคงผันผวนอยู่ในกรอบ 90-100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ปัจจัยหลัก คือ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ที่ยังคงไม่คลี่คลาย โดยยังมีการตอบโต้ระหว่างทั้งสองฝ่ายบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การบรรลุข้อตกลงยุติสงครามยังมีความเสี่ย นอกจากนี้ อุปทานน้ำมันโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ของ OPEC ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี 

อย่างไรก็ตาม อุปทานน้ำมันคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการที่ UAE ถอนตัวจาก OPEC และ OPEC+ ทำให้สามารถผลิตน้ำมันดิบได้ โดยไม่มีโควตาจำกัด ด้าน OPEC+ มีมติเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือนกรกฎาคม 2569 อีก 188,000 บาร์เรล/เดือน แม้หลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการส่งออกน้ำมัน จากสถานการณ์ในภูมิภาค 

ส่วนสหรัฐขยายเวลายกเว้นมาตรการคว่ำบาตร การซื้อน้ำมันรัสเซียจาก Floating Storage ชั่วคราวต่อ ในขณะที่การประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐและจีน ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า สนับสนุนการเปิดเสรีเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการค้าและการขนส่งพลังงานโลก 

นอกจากนี้ หากการเจรจาลดกำแพงภาษีระหว่างทั้งสองประเทศมีความคืบหน้า อาจช่วยสนับสนุนกิจกรรมทาง เศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันโลกบางส่วน อีกปัจจัยที่อาจกระทบผลต่อ ราคาน้ำมันดิบ คือเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

ล่าสุดวุฒิสภา ได้รับรองนาย Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งมีแนวทางสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed บางส่วน มีความเห็นต่างว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลง ซึ่งล่าสุดเงินเฟ้อสหรัฐปรับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี จากราคาพลังงานที่เร่งตัวขึ้น ท่ามกลางผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ทั้งนี้ต้องรอสรุปจากที่ประชุม FOMC ในกลางเดือนมิถุนายน 2569