วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘ฟิลิปปินส์’ ผวาเตาหลอม IF แผ่นดินไหวเขย่าอุตสาหกรรมเหล็กอาเซียน

หลังจากจีนประกาศยกเลิกการใช้เตาหลอมเทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ หรือ Induction Furnace (IF) สำหรับผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างตั้งแต่ปี 2560 รวม 600 แห่ง กำลังผลิต 120 ล้านตัน เพราะปัญหาคุณภาพเหล็กและความปลอดภัย โดยจีนแบนการผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF และกำหนดให้เป็น “เหล็กต่ำกว่ามาตรฐาน” ทำให้ผู้ผลิตเหล็กจีนย้ายเครื่องจักรเข้ามาลงทุนในอาเซียนและไทย

ขณะที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของฟิลิปปินส์ระดับ 7.8 นอกชายฝั่ง จ.ซารังกานี ทางภาคใต้ของประเทศเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2569 เว็บไซต์เอบีซีรายงานความเสียหายล่าสุด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 คน บาดเจ็บ 688 คน สูญหาย 31 คน ไร้ที่อยู่อาศัย 45,000 คน และกว่าครึ่งอาศัยในศูนย์พักพิงฉุกเฉิน บ้านเรือนเสียหายกว่า 12,600 หลัง

รายงานข่าวระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่จากแผ่นดินไหวเกิดจากเศษซากอาคารที่พังถล่มและดินถล่มใน จ.ซารังกานี เมืองชายฝั่งเจเนอรัลซานโตส และจังหวัดรอบนอกอย่างเซาท์โคตาบาโตและดาเวาตะวันตก

แผ่นดินไหวเพิ่มการตื่นตัวของฟิลิปปินส์

ก่อนหน้านี้ฟิลิปปินส์กังวลเตา IF และผลิตเหล็กราคาถูกแต่ทิ้งสิ่งเจือปนอันตราย ทำให้เปราะและไม่ปลอดภัยสำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ โดยหน่วยงานและองค์กรด้านวิศวกรรมของฟิลิปปินส์ กำลังผลักดันกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม เพื่อปราบปรามเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานเพื่อปกป้องความปลอดภัยสาธารณะและเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ สภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (AISC) ตระหนักถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยดังกล่าว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศสมาชิกอาเซียนใช้อำนาจรัฐสกัดกั้นและสั่งห้ามการนำเข้าอุปกรณ์เตาหลอม IF เข้าสู่ประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและอุดรอยรั่วทางนโยบายที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียระดับภูมิภาคในอนาคต

สำนักข่าว Bilyonaryo News Channel (BNC) รายงานถึงความตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและผู้กำหนดนโยบายในฟิลิปปินส์หลังเหตุแผ่นดินไหวที่เกาะมินดาเนา ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบมาตรฐานวิธีการผลิตเหล็กในประเทศเข้มข้น โดยพุ่งเป้าไปที่การใช้เทคโนโลยีเตา IF ที่กำลังถูกนำมาใช้แพร่หลายในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้าง

‘ฟิลิปปินส์’ ผวาเตาหลอม IF แผ่นดินไหวเขย่าอุตสาหกรรมเหล็กอาเซียน

เหล็กจากเตา IF ไม่เหมาะผลิตเหล็กเส้น

นาย Pek Hoong Chong รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการร่วมของบริษัท SteelAsia เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์มีโรงงานใช้เตาหลอมประเภทนี้ดำเนินการมากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องงานวิจัยของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งฟิลิปปินส์ ชี้ชัดว่า 91% ของเหล็กไม่ได้มาตรฐานที่กระจายในประเทศล้วนมีผลผลิตมาจากกระบวนการเตาหลอม IF

นาย Chong อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้เทคโนโลยีเตาหลอม IF เป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสำหรับการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล แต่ในทางโครงสร้างพื้นฐานแล้วเห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ควรนำมาประยุกต์ใช้ในการผลิตเหล็กก่อสร้าง 

ทั้งนี้ มีสาเหตุจากข้อจำกัดสำคัญที่ระบบไม่มีความสามารถกำจัดสิ่งเจือปนจากเนื้อเหล็กได้ ส่งผลให้โครงสร้างที่ใช้เหล็กประเภทนี้เปราะบางและทนทานภัยพิบัติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

โศกนาฏกรรมตึกถล่มที่จีน

ขณะที่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ยังตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาดสั่งแบนการใช้เทคโนโลยีเตาหลอม IF สำหรับการผลิตเหล็กก่อสร้างอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2017

สำหรับการจัดระเบียบโครงสร้างอุตสาหกรรมของรัฐบาลปักกิ่ง เป็นผลสืบเนื่องมาจากโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในมณฑลเสฉวน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 90,000 ราย 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนพบเศษเหล็กที่ผลิตจากเตาหลอม IF ปะปนอยู่ในซากอาคารที่ถล่มลงมาจำนวนมหาศาล นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดในการรื้อถอนโรงงานผลิตเหล็กจากเตาหลอม IF ที่มีกำลังการผลิตรวมสูงกว่า 100 ล้านตันออกจากระบบเศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์เหล็ก “เปราะ” ทำตึกถล่ม

ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงกรณีวิกฤติความปลอดภัยอาคารในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะบทเรียนราคาแพงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งพบความเชื่อมโยงระหว่างการพังทลายของอาคารกับการใช้เหล็กเส้นที่ผลิตจากเตา IF

จากการติดตามข้อมูลการวิจัยในฟิลิปปินส์ พบประเด็นน่ากังวลยิ่งว่าโรงเหล็กในฟิลิปปินส์กว่า 30 แห่ง ยังใช้ระบบเตาหลอม IF และที่น่าตกใจคือผลการตรวจสอบอาคารที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวกว่า 90% มีความเสี่ยงเกิดจากการใช้เหล็กที่ผลิตด้วยกระบวนการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เหล็กชนิดนี้มักมีสิ่งเจือปนสูง ทำให้เนื้อเหล็กเปราะไม่มีความเหนียว ซึ่งเป็นอันตรายยิ่งเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากโครงสร้างอาคารต้องเหนียว เพื่อให้โยกตัวหรือส่ายไปมาตามแรงสั่นสะเทือนได้ หากเหล็กเปราะและขาดความยืดหยุ่น อาคารจะรองรับการโยกตัวได้น้อยลงและนำไปสู่การถล่มในที่สุด

“โบรอน” เกินมาตรฐานปัญหาใหญ่อาเซียน

สถานการณ์ฟิลิปปินส์คล้ายไทยอย่างน่ากังวล โดยพบการสุ่มตรวจเหล็กเส้นไม่ผ่านมาตรฐาน โดยเฉพาะการปนเปื้อนของธาตุโบรอน (Boron) ที่ส่งผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพเหล็ก ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของอาเซียนเนื่องจากนำเข้าเทคโนโลยีที่จีนเลิกใช้แล้วตั้งแต่ช่วงปี 2559-2560 ไหลทะลักเข้ามาทั้งในไทย ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

“เหล็ก IF จากจีนไหลเข้ามาในอาเซียนและถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป ซึ่งในฟิลิปปินส์สถานการณ์อาจรุนแรงกว่า เพราะเขาเจอแผ่นดินไหวบ่อยครั้งและรุนแรงกว่าเรา เนื่องจากตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) โดยตรง”

ทั้งนี้แม้ไทยไม่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟเหมือนฟิลิปปินส์ แต่ความเสี่ยงแผ่นดินไหวในไทยยังไม่หมดไป โดยเฉพาะรอยเลื่อนที่มีพลังอย่างรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ซึ่งมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวในส่วน Lower Segment ที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 500 กิโลเมตร รวมถึงรอยเลื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีที่อาจส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงอาคารสูงในเมืองหลวงได้

ด้วยเหตุนี้ สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ จึงมีจุดยืนชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนให้ใช้เหล็กที่ผลิตจากเตาหลอม IF ในการก่อสร้างตึกสูงในกรุงเทพฯ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการพังทลายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

สังคมกังวลท่าทีกระทรวงอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ผลิตอุตสาหกรรมเหล็กไทย เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สิ่งที่สังคมกังวลขณะนี้ไม่จำกัดเพียงประเด็นเหล็ก IF มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่ แต่เป็นความกังวลต่อท่าทีกระทรวงอุตสาหกรรมที่ชี้แจงและปกป้องเทคโนโลยีดังกล่าวต่อเนื่องจนเกิดคำถามจากหลายฝ่ายว่าภาครัฐกำลังทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลหรือกำลังทำหน้าที่ผู้แก้ต่างให้ผู้ประกอบการ

“วันนี้โจทย์ใหญ่ไม่ใช่เรื่องเหล็กอย่างเดียว แต่เป็นความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบกำกับดูแล ประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐกำลังยืนอยู่ข้างใครระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่เคยมีปัญหาในอดีต”

แหล่งข่าว กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อกังวล “Regulatory Capture” หรือภาวะที่หน่วยงานกำกับดูแลอาจถูกครอบงำหรือได้รับอิทธิพลจากผู้ประกอบการที่ตนเองมีหน้าที่ควบคุม จนทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายหรือการบังคับใช้กฎหมายเบี่ยงเบนจากเป้าหมายการคุ้มครองสาธารณะ

ส่วนความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาชี้แจงหลายครั้งเกี่ยวกับมาตรการควบคุมคุณภาพการผลิตของโรงงานเหล็กที่ใช้เทคโนโลยี IF พร้อมยืนยันว่าระบบกำกับดูแลที่มีควบคุมคุณภาพสินค้าได้มีประสิทธิภาพ

ไทยไม่ฟังคำเตือนสภาเหล็กอาเซียน

นอกจากนี้ วงการเหล็กมองว่าประเด็นดังกล่าวมีข้อสงสัยจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อสภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือสมาคมเหล็กจากหลายประเทศออกแถลงการณ์กังวลข้อจำกัดเชิงเทคนิคกระบวนการผลิตเหล็ก IF ต่อมาตรฐานเหล็ก

แหล่งข่าว กล่าวว่า จากการตั้งข้อสังเกตพบหลายประเทศทั่วโลกจำกัดบทบาทหรือยุติการใช้เหล็กจากกระบวนการ IF สำหรับงานบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างสำคัญ ขณะที่ไทยกลับมีแนวโน้มดำเนินนโยบายในทิศทางตรงกันข้าม

“คำถามที่สังคมอยากรู้คือ เหตุใดเมื่อองค์กรเหล็กระดับภูมิภาคยังออกมาเตือนถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีนี้ แต่ภาครัฐไทยกลับพยายามสร้างความเชื่อมั่นว่ามาตรการที่โรงงานเสนอเข้ามาสามารถรับประกันคุณภาพสินค้าได้อย่างเพียงพอ”

ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการที่เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ มากกว่าการอาศัยคำชี้แจงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง