วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

บอร์ดประชารัฐฯ มีมติยกเลิกใช้เกณฑ์ลดหย่อน ตัดสิทธิผู้ถือบัตรคนจน

วันนี้ (11 มิ.ย.) เมื่อเวลา 17.00 น. ที่กระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 7/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติจะไม่ใช้เกณฑ์ตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการที่มีชื่อในการลดหย่อนภาษีของบุตร บิดามารดา หรือคู่สมรส ในการลงทะเบียนครั้งนี้ โดยเมื่อกระบวนการลงทะเบียนเสร็จสิ้นจะมีการทบทวนเกณฑ์การคัดกรองทั้งหมดอีกครั้ง หากมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ยกเลิกเกณฑ์ใด จะมีการเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งเดียว ก่อนที่จะประกาศผลการลงทะเบียนในวันที่ 17 ก.ค.2569

นายวินิจ กล่าวย้ำถึงนโยบายสำคัญของการดำเนินการครั้งนี้ว่า เป็นการเน้นย้ำการทำงานตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายและมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ต้องการค้นหาและนำกลุ่มผู้ที่มีความยากจนและได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริงให้เข้าสู่ระบบการดูแลของรัฐ โดยถือเป็นการทำงานเชิงรุกที่ไม่ได้นำเรื่องกรอบวงเงินงบประมาณมาเป็นตัวตั้งแต่อย่างใด

สำหรับความคืบหน้าของกลุ่มผู้ที่มาลงทะเบียนยืนยันขอรับสิทธิ์ผ่านช่องทางต่างๆ ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 11.28 ล้านราย และดำเนินการตรวจสอบไปแล้ว 10.8 ล้านราย อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ลงทะเบียนจำนวน 400,000 รายที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง คณะกรรมการฯ จึงได้พิจารณาแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน

โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นการกรอกข้อมูลผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เช่น การใส่ชื่อซ้ำในช่องนามสกุล ซึ่งระบบสามารถอ้างอิงกับฐานข้อมูลและระบุตัวตนได้ ที่ประชุมจึงมีมติให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลในระบบให้ถูกต้องได้ทันที โดยที่ประชาชนกลุ่มนี้ไม่ต้องเดินทางมาลงทะเบียนยืนยันรับสิทธิ์ใหม่

 

ส่วนกรณีที่พบข้อผิดพลาดในสาระสำคัญ ซึ่งตรวจสอบแล้วมีจำนวนประมาณ 200 รายนั้น ได้มอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปพบปะประชาชนทั้ง 200 รายโดยตรง เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อทำงานเชิงรุกในการค้นหาผู้ตกหล่นเพิ่มเติมในอีก 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเดิมของกระทรวงมหาดไทยและ พม. อยู่แล้ว (กลุ่มที่ 2) ซึ่งขณะนี้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจไปแล้วร้อยละ 70 โดยเป็นผู้ที่สำรวจแล้วเสร็จจำนวน 721,607 ราย และอยู่ระหว่างการเข้าไปตรวจสอบเพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลืออีก 325,843 ราย

ในส่วนของกลุ่มที่ไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลใดๆ มาก่อน (กลุ่มที่ 3) ซึ่งเป็นกลุ่มตกหล่นที่พบจากการลงพื้นที่สำรวจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดพบผู้ที่เข้าข่ายมีเพิ่มเติมถึง 1,573,232 ราย ทั้งนี้ เมื่อรวมข้อมูลของทั้ง 2 กลุ่ม คาดว่าจะมีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่ระบบเพื่อนำมาพิจารณาตามเกณฑ์คัดกรองของกระทรวงการคลังเพิ่มขึ้นรวม 2,294,909 ราย

นายวินิจ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่กำลังเผชิญกับความเดือดร้อนและยากลำบากแต่ยังไม่มีรายชื่อ ไม่ต้องกังวลใจ เนื่องจากสามารถไปติดต่อแจ้งเรื่องได้ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ หรือเจ้าหน้าที่ กทม. เพื่อให้รายชื่อถูกนำเข้าสู่ระบบ โดยกระบวนการสำรวจและรวบรวมรายชื่อทั้งหมดเพื่อนำมาพิจารณาคุณสมบัตินั้น จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ผู้ที่ยากลำบากอย่างแท้จริงสามารถเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐได้อย่างครอบคลุม