สำนักข่าว Bilyonaryo News Channel (BNC) รายงานถึงความตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและผู้กำหนดนโยบายในประเทศฟิลิปปินส์ ภายหลังเหตุแผ่นดินไหวที่เกาะมินดาเนา ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบมาตรฐานวิธีการผลิตเหล็กในประเทศอย่างเข้มข้น โดยเป้าหมายหลักพุ่งเป้าไปที่การใช้เทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ หรือ เตา IF (Induction Furnace) ที่กำลังถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการผลิตเหล็กเส้นสำหรับการก่อสร้าง
นาย Pek Hoong Chong รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการร่วมของบริษัท SteelAsia เปิดเผยว่า ปัจจุบันฟิลิปปินส์มีโรงงานที่ใช้เตาหลอมประเภทนี้ดำเนินการอยู่มากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งฟิลิปปินส์ที่ชี้ชัดว่า 91% ของเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานที่กระจายตัวอยู่ในประเทศ ล้วนมีผลผลิตมาจากกระบวนการเตาหลอม IF
นาย Chong อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้เทคโนโลยีเตาหลอม IF จะเป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสำหรับการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล แต่ในทางโครงสร้างพื้นฐานแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ควรถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการผลิตเหล็กก่อสร้าง เนื่องจากมีข้อจำกัดสำคัญคือระบบไม่มีความสามารถในการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากเนื้อเหล็กได้ ส่งผลให้โครงสร้างที่ใช้เหล็กประเภทนี้มีความเปราะบางและทนทานต่อภัยพิบัติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ยังตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาดสั่งแบนการใช้เทคโนโลยีเตาหลอม IF สำหรับการผลิตเหล็กก่อสร้างอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2017
การจัดระเบียบโครงสร้างอุตสาหกรรมของรัฐบาลปักกิ่ง เป็นผลสืบเนื่องมาจากโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในมณฑลเสฉวน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 90,000 ราย โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนพบเศษเหล็กที่ผลิตจากเตาหลอม IF ปะปนอยู่ในซากอาคารที่ถล่มลงมาจำนวนมหาศาล นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดในการรื้อถอนโรงงานผลิตเหล็กจากเตาหลอม IF ที่มีกำลังการผลิตรวมสูงกว่า 100 ล้านตันออกจากระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ สภาเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (AISC) ยังได้ตระหนักถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยดังกล่าว โดยในปี 2018 ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลของทุกประเทศสมาชิกในอาเซียน ใช้อำนาจรัฐสกัดกั้นและสั่งห้ามการนำเข้าอุปกรณ์เตาหลอม IF เข้าสู่ประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและอุดรอยรั่วทางนโยบายที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียระดับภูมิภาคในอนาคต


