วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

เศรษฐกิจติดปีก‘คมนาคม’ส่ง‘Seaplane’ ยกระดับท่องเที่ยวอันดามัน

เศรษฐกิจติดปีก‘คมนาคม’ส่ง‘Seaplane’          ยกระดับท่องเที่ยวอันดามัน

ข้อมูลจาก เว็บไซด์ precisionreports ระบุว่าตลาดเครื่องบินน้ำ(Seaplane) ทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการเดินทางในพื้นที่ชายฝั่ง การพัฒนาโครงการเชื่อมต่อเกาะต่าง ๆ และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวทางน้ำ

โดยปัจจุบันกว่า 62% ของเครื่องบินทะเลที่ให้บริการทั่วโลกถูกนำมาใช้ในธุรกิจขนส่งผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ ขณะที่เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious Aircraft) มีสัดส่วนการใช้งานราว 41% ของฝูงบินทั้งหมด

ส่วนเครื่องบินติดทุ่นลอยน้ำ (Floatplane) ครองสัดส่วนความต้องการในตลาดราว 48% เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงในการขึ้นลงบนแหล่งน้ำในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ผู้ประกอบการกว่า 36% ยังลงทุนพัฒนาโครงสร้างอากาศยานด้วยวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุก

ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยบริการเครื่องบินทะเลที่รองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 44% ในกลุ่มประเทศหมู่เกาะและพื้นที่ชายฝั่ง ขณะเดียวกัน โครงการพัฒนาเครื่องบินทะเลระบบไฮบริด-ไฟฟ้า มีสัดส่วนประมาณ 19% ของโครงการพัฒนาอากาศยานที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั่วโลก สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่เทคโนโลยีการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เมื่อเร็วๆนี้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย พร้อมหารือแนวทางการขับเคลื่อนและเปิดให้บริการเครื่องบินน้ำ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) 

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ให้เป็น “Airport for Regional Development” เชื่อมโยงการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต โดย Seaplane จะเป็นอีกทางเลือกสำคัญในการเข้าถึงหมู่เกาะต่างๆ และพื้นที่ชายฝั่งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดตั้ง “คณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane)” โดยมีตนเป็นประธานเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและเร่งผลักดันการดำเนินงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน

“โครงการ Seaplane ไม่เพียงยกระดับรูปแบบการเดินทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพและกำลังซื้อสูงเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการบิน การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ การแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล”

“กระบี่จะเป็นพื้นที่นำร่องและจุดหมายแรกของประเทศไทยในการเปิดให้บริการ Seaplane ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มทดลองทำการบินได้จากสนามบินกระบี่ ไปยังจังหวัดภูเก็ต โดยบริษัท Thai Seaplane จำกัด ภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ 

ส่วนบริษัท Siam Seaplane จำกัด หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น หรือ IEE (Initial Environmental Examination) ก็จะสามารถดำเนินการเปิดให้บริการได้ในโอกาสต่อไป

การจุดประกายธุรกิจการบินรูปแบบใหม่ เพื่อเชื่อมต่อการท่องเที่ยวอันดามันแบบไร้รอยต่อ ดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงจากทั่วโลก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ในทุกมิติ