วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘สต๊อกไม่สต็อป’ แพลตฟอร์ม ‘moreloop’ แชร์ผ้าเหลือผลิตต่อยอดฟังก์ชั่นอุตฯการ์เมนต์

แม้เสื้อผ้าจะเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิต แต่ในวงจรการผลิตสิ่งทอเพื่อนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้านั้น ยังมีผ้าจำนวนไม่น้อยที่ถูกทิ้งให้กลายเป็น “Dead Stock”

 ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพพาเรล ครีเอชั่น จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง “moreloop” ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แอพพาเรล ครีเอชั่น เป็นโรงงาน OEM ของไทยที่พยายามพัฒนาตัวเองสู่การเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ มากกว่าการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตทั่วไป

ปัจจุบัน ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ไม่ได้มองหาแค่ผู้ผลิตเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ต้องการพาร์ตเนอร์ที่สามารถร่วมพัฒนาสินค้า แก้ปัญหาด้านการจัดหาวัตถุดิบ (Sourcing) ควบคุมคุณภาพ ลดความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และร่วมผลักดันความยั่งยืน (Sustainability) ให้เกิดขึ้นจริง

“เราอยากให้แอพพาเรล ครีเอชั่น เป็นพาร์ตเนอร์ที่เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ของลูกค้า เพราะเรามีความยืดหยุ่นสูงทั้งในแง่ของจำนวนและรูปแบบสินค้า หากลูกค้าเริ่มต้นกับเราแล้วต้องการต่อยอดสู่ตลาดส่งออก เราก็มีมาตรฐานรองรับทุกขั้นของการเติบโต”

ธมลวรรณ กล่าวว่า การเปิดโรงงานให้เข้าเยี่ยมชมถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา (Rebuild Trust) ให้กับอุตสาหกรรมไทย เนื่องจากสิ่งที่น่ากังวลในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องของภาษี แต่คือมาตรฐานใหม่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น

‘สต๊อกไม่สต็อป’ แพลตฟอร์ม ‘moreloop’   แชร์ผ้าเหลือผลิตต่อยอดฟังก์ชั่นอุตฯการ์เมนต์

Traceability: การตรวจสอบย้อนกลับของแหล่งที่มาวัตถุดิบ 

ESG: แนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

Carbon Footprint: ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

Labor Compliance: การปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานอย่างถูกต้องรวมถึงการป้องกันปัญหา Greenwashing หรือการฟอกเขียว ซึ่งทุกกระบวนการข้างต้นจำเป็นต้องมีความโปร่งใส (Transparency) ทั้งสิ้น

โปร่งใสตรวจสอบได้โจทย์ใหม่ที่เข้มข้นขึ้น

“ลูกค้าต่างประเทศเริ่มตรวจสอบลึกขึ้นว่า สินค้าผลิตที่ไหน ใช้แรงงานอย่างไร ใช้วัตถุดิบอะไร และมีระบบตรวจสอบที่เชื่อถือได้หรือไม่”

ปัจจุบันมีทั้งรูปแบบการตรวจสอบ (Audit) จากลูกค้าโดยตรง และการประเมินตนเอง (Self-assessment) ซึ่งทางโรงงานได้ปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลกที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งมองว่า โรงงานที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องควรจะมองการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็น “โอกาส” มากกว่า “ภัยคุกคาม”(threat)เพราะตลาดกำลังคัดเลือกซัพพลายเออร์ (Supplier) ที่มีระบบการจัดการที่จับต้องได้จริง ออกจากการแข่งขันเดิม ๆ ที่เน้นเพียงการตัดราคาต่ำ

‘สต๊อกไม่สต็อป’ แพลตฟอร์ม ‘moreloop’   แชร์ผ้าเหลือผลิตต่อยอดฟังก์ชั่นอุตฯการ์เมนต์

“เราอยากเป็นพาร์ตเนอร์ที่ลูกค้านึกถึงในแบบที่ว่า ทำงานกับเราแล้วหลับสบาย ไม่ต้องปวดหัว”

      ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาระบบการจัดหาวัตถุดิบและความยั่งยืนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น ผ่านการสร้างระบบนิเวศ (Eco-system) ด้านวัตถุดิบที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการนำผ้า Dead Stock จากแพลตฟอร์ม moreloop ,ผ้ารีไซเคิล และฝ้ายออร์แกนิก (Organic Cotton) มาใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า 

รวมถึงการเลือกใช้โรงงานที่มีมาตรฐานด้านสีย้อมและระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานที่มีคุณภาพและสร้างความมั่นคงให้ระบบอุตสาหกรรมในประเทศระยะยาว

จากผ้าเหลือทิ้งสู่โมเดลหมุนเวียนทรัพยากร

ธมลวรรณ เล่าต่อว่า ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม “moreloop” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณผ้าตกค้างในสต๊อกที่มีมากกว่า 1 พันล้านตันต่อปี (หรือคิดเป็นเสื้อผ้าประมาณ 700 ล้านตัน) หากไม่นำทรัพยากรส่วนนี้กลับมาใช้ ประชาชนและอุตสาหกรรมก็จะมีแต่การสะสมผ้าเหลือทิ้งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา moreloop สามารถหมุนเวียนผ้าค้างสต๊อกไปแล้วกว่า 127 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1.9 ล้านตันเทียบเท่า มีรายได้รวมอยู่ที่ 15 ล้านบาท ซึ่งมาจากค่าส่วนแบ่งกำไรขั้นต้น (GP) โดยขับเคลื่อนด้วยบุคลากรเพียง 7 คนเท่านั้น

หน้าที่หลักของ moreloop คือการรวบรวมผ้าจากสต๊อกเก็บ หรือ Dead Stock ซึ่งเป็นผ้าม้วนที่เหลือจากการผลิตในแต่ละล็อตหรือแต่ละซีซัน โดยผ้าเหล่านี้มักจะมีจำนวนกึ่งกลาง คือไม่มากพอที่จะนำไปทำสินค้าล็อตใหม่ แต่ก็ไม่น้อยเกินกว่าที่จะนำมาผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้เลย เช่น การทำเสื้อองค์กร ที่แม้จะมีเฉดสีที่แตกต่างกันไปบ้างในแต่ละม้วน แต่ยังสามารถคง

ภาพลักษณ์ขององค์กรไว้ได้ ซึ่งผู้ออกแบบจะต้องหารือกับผู้จ้างผลิตเพื่อหาโซลูชันร่วมกัน ในการแก้ไขข้อจำกัดทั้งรูปแบบและการบริหารจัดการที่เหมาะสมในขั้นตอนการผลิต

moreloopการขายผ้าและเซอร์วิสควบคู่กัน

“แพลตฟอร์ม moreloop จะทำหน้าที่นำเสนอสินค้า Dead Stock เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เลือกซื้อ โดยในเบื้องต้นอาจส่งต่อให้ แอพพาเรล ครีเอชั่น หรือโรงงานผลิตรายอื่นเป็นผู้ตัดเย็บ และ moreloopจะให้คำปรึกษาเชิงลึกถึงวิธีการและรูปแบบการใช้ผ้า ถือเป็นการขายผ้าและเซอร์วิสควบคู่กัน”

ข้อดีของการใช้ผ้า Dead Stock คือการลดความจำเป็นในการผลิตผ้าใหม่ และไม่สร้างสต๊อกส่วนเกินเพิ่มขึ้น ซึ่งนับเป็นการป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอนตั้งแต่ต้นทาง โดยลูกค้าจะได้รับใบแจ้งคำนวณปริมาณคาร์บอนที่ช่วยลดไปได้ ซึ่งเป็นการคำนวณที่ถูกต้องและได้รับการรับรองโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO และมาตรฐาน B-Corp นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้เสื้อผ้าที่มีดีไซน์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร และได้เนื้อผ้าคุณภาพดีในราคาย่อมเยา

สำหรับล็อตการผลิตจะเริ่มต้นตั้งแต่ 50–100 ตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าและปริมาณผ้า Dead Stock ที่มีอยู่ แนวทางนี้ถือเป็นการยกระดับมูลค่าสิ่งของ หรือ Upcycle นำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ธุรกิจที่สามารถทำได้ครบวงจรขนาดนี้ ปัจจุบันมีเพียงประเทศไทยที่เดียว และกำลังได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างมากในการติดต่อฝากผ้า Dead Stock มาขายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาข้อสรุปในรายละเอียด”

ทั้งนี้ สัญญาณการเติบโตของ “moreloop” เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มมีแบรนด์สินค้าที่กล้าระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นคอลเลกชัน (Collection) ที่ผลิตจากผ้า Dead Stock และองค์กรหลายแห่งต่างมองหาแหล่งผลิตที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนเช่นนี้ 

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเมื่อเทียบกับปริมาณผ้า Dead Stock ทั้งหมดที่มีอยู่ในอุตสาหกรรม สิ่งที่ moreloop ทำได้ในปัจจุบันยังถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ดังนั้น ยังต้องพัฒนาเพื่อการเติบโตและการขับเคลื่อนโมเดลนี้ให้ขับเคลื่อนต่อไป